ับนิ้วอย่างรวดเร็วปากพึมพำอะไรสักอย่าง
เวลาผ่านไปทีละนิด “อย่างนี้นี่เอง!”
ทันใดนั้นซูรื่อฉู่ก็ตบต้นขาตนเอง “ยัยหนูนั่นแก้ขั้นตอนกางเขตผนึก ข้าก็ว่าอยู่ทำไมมันถึงผิดไปจากแบบเดิมหากอิงตามขั้นตอนนี้ล่ะก็ทางออกควรเป็น…ทางนั้น! ยัยแก่ มาๆๆ!”
“ไปไกลๆ เท้าข้าหน้อย!” นางตวาด “หากข้าได้ยินคำว่าแก่อีกครั้งล่ะก็แม่จะลอกหนังหนูออกซะเดี๋ยวนี้!”
“ได้ๆๆ แม่นางหากต้องการลอกหนังให้พวกเราออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อนดีหรือไม่”
สตรีนี่แปลกจริงๆ แค่คำว่าแก่ทำอย่างกับว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตตนเองอย่างนั้นแหละ ทั้งสองคนเปลี่ยนเส้นทางพวกเขาวิ่งไปสักพัก…
“เจ้าหนูตาย ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าไม่ถูกต้องนี่เราวิ่งมานานแล้วนะ!”
“เป็นไปไม่ได้! มันต้องถูกสิ!”
“เฮ้! ช้าหน่อย เจ้าไม่เห็นหรือว่ามีต้นไม้อยู่ข้างหน้า…”
นางตะโกนบอกช้าไปศีรษะซูรื่อฉู่ชนเข้ากับต้นไม้ต้นนั้นอีกนิดเดียวตัวจะแนบกับต้นไม้ทั้งตัวแล้ว หญิงสาวยืนอยู่ด้านหลังเขานางยิ้มอย่างโกรธๆ
“วรยุทธ์ของท่านเป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่ ต้นไม้เห็นชัดขนาดนั้นก็ยังเดินไปชนได้” ซูรื่อฉู่พาตัวเองออกจากต้นไม้อย่างเงียบๆ เขาลูบหน้าผากที่บวมและพึมพำว่า
“ตรงนี้ไม่ควรมีต้นไม้”
“อะไรคือเรียกว่าไม่ควรมันใหญ่ขนาด…”
พูดไปไม่ทันจบก็ถูกซูรื่อฉู่ขัดจังหวะ “ต้นไม้ในเขตผนึกจะโตตรงไหนก็ได้งั้นหรือ ขนาดก้อนหินยังไม่สามารถวางตามใจชอบได้เลย! ต้นไม้อยู่ตรงนี้นี่มันจงใจขวางทางหนีเราเจ้าเข้าใจหร