จมากเขาไม่คิดว่าตนเองและหยางชูจะมีทัศนคติที่ตรงกันสักเท่าไร อีกฝ่ายมาเชื้อเชิญเขากะทันหันเช่นนี้หรืออาจเป็นเพราะ…
หมิงเวยเห็นพี่ใหญ่มองมาที่ตนเองจึงยิ้มกว้างกลับไป จี้หลิงรู้สึกใจสงบ เขารู้ว่าน้องสาวของตนไม่รู้เรื่องนี้ แน่นอนว่าคุณชายผู้ลากมากดีผู้นั้นทำเช่นนี้เพื่อต้องการเอาใจตน
ฮึ! ไม่รู้จะว่ากระไรเลยจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่น้องสาวของเขาหมั้นหมายกับน้องห้า ถึงแม้จะไม่ได้หมั้นหมาย แต่เขาจะคิดเช่นนั้นได้อย่างไร!
ก็ดี ตนก็กำลังอยากพูดคุยกับเขาอยู่เหมือนกัน
“คุณชายเรียนเชิญเช่นนี้ ข้าน้อยจะปฏิเสธได้อย่างไร เชิญแม่นางนำทางได้เลย”
อาหว่านกวักมือเรียกเด็กรับใช้แล้วสั่งให้พาจี้หลิงไปหาหยางชูส่วนตนเองนั้นเดินเข้าไปในห้องของหมิงเวย เมื่อประตูปิดลงอาหว่านก็ย่นจมูกแล้วพูดว่า
“พี่ใหญ่ของท่านผู้นี้คบค้าสมาคมได้ยากเสียจริง แค่เห็นสีหน้าของเขาก็รู้สึกราวกับเชิญเขาไปงานเลี้ยงหงเหมิน[1]”
หมิงเวยตอบกลับอย่างเฉยเมย “ถ้ารู้สึกไม่ดีเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดกับเขาก็ได้นะ”
อาหว่านรู้สึกไม่พอใจ “ข้าเพิ่งได้คุยกับเขาแค่ประโยคเดียว ท่านว่าเช่นนี้ได้หรือ”
หมิงเวยเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “เขาเป็นพี่ใหญ่ของข้าแล้วท่านเป็นใครกันล่ะ”
“ท่าน!” อาหว่านโกรธนางเดินกระทืบเท้าออกไป
ตัวฝูรู้สึกกังวล “คุณหนู ท่านทำให้นางโกรธแล้ว”
หมิงเวยไม่สนใจ “วางใจเถอะ อีกเดี๋ยวนางก็กลับมา”
เมื่อพูดจบอาหว่านก็เดินกลับมาจริงๆ ด้านหลังขอ