นในอนาคต อย่างไรนางก็เป็นคุณหนูตระกูลหมิง…
แต่พอดูจี้หลิงแล้วดูเหมือนหากเขาไม่ตอบรับก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ ตระกูลหมิงอยู่ในช่วงตกต่ำ ท่านย่าล้มป่วยอีกครั้งป่วยแล้วป่วยอีกจนแทบไม่ไหวอยู่แล้ว…
ในตอนนั้นเองหมิงเฉิงก็เดินเข้ามา ตอนที่เขามาถึงจี้หลิงพูดมาได้ครึ่งทางแล้ว หมิงเฉิงยืนฟังอยู่ด้านนอกสักพักถึงได้เดินเข้ามา
“ท่านพ่อ” เขาเอนตัวเข้าไปหา “ท่านออกมาครู่หนึ่งได้หรือไม่ขอรับ ลูกมีเรื่องจะพูดด้วย”
“เจ้ามีเรื่องอะไรถึงไม่สามารถรอได้”
หมิงเฉิงยืนยันหนักแน่น “เรื่องสำคัญมากขอรับ” แล้วเขาก็หันไปคารวะท่านผู้เฒ่ารองกับจี้หลิง “ขออภัยด้วยขอรับ โปรดรอสักครู่”
นายท่านสี่จึงต้องออกไปกับเขา หมิงเฉิงพาบิดาของตนไปที่มุมห้องและพูดว่า “ท่านพ่อ ท่านรับปากคุณชายจี้เถอะ!”
เมื่อเห็นว่าเรื่องที่เขาพูดคือเรื่องนี้ นายท่านสี่จึงตอบกลับไป “จะให้พ่อรับปากได้อย่างไร หากรับปากไปเสี่ยวชีก็ไม่ใช่คนตระกูลหมิงอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้ท่านป้าสามของเจ้า…” เขาชะงักและถอนหายใจ “เขากับท่านป้าสามมีบุตรสาวเพียงคนเดียว หากนางออกจากตระกูลหมิงไป ภายภาคหน้าผู้ประกอบพิธีเซ่นไหว้คงไม่มี”
หมิงเฉิงตอบ “ท่านพ่อจะมายึดติดกับธรรมเนียมเก่าอะไรตอนนี้ขอรับ สถานการณ์ตระกูลของเราในตอนนี้เป็นอย่างไร ใต้เท้าเจี่ยงปล่อยพวกเรากลับจวน ไม่ใช่เพราะพวกเราไม่มีความผิด แต่เพราะพวกเราได้ยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมมีความดีความชอบอยู่ถึงได้ปล่อยออกมา หลังจ