ากที่เขาจัดการเรื่องทุกอย่างในตงหนิงเสร็จ ฝ่าบาทคงมีคำสั่งพวกเราต้องเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อฟังคำตัดสิน ท่านลุงสามทำความผิดอะไรท่านพ่อเองก็ทราบดี แต่นี่เป็นคดีกบฏร้ายแรงที่สามารถประหารทั้งตระกูลได้ ใต้เท้าเจี่ยงรับปากว่าจะช่วยขอร้องแทนพวกเรา แต่พวกเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าฝ่าบาทจะเมตตาหรือไม่” นายท่านสี่เงียบ
“ถึงคุณชายจี้ไม่พูด ลูกเองก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่เสี่ยวชี ยังมีอาเซียง…น้องเก้า หากส่งไปที่จวนท่านลุงได้ก็จะส่งไป ทรงเมตตาหรือพิโรธ ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าฝ่าบาทจะตัดสินอย่างไร ตอนนี้คุณชายจี้พูดออกมาแล้ว พวกเราก็พายเรือตามน้ำไป หากมีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้น นางจะได้ไม่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย…”
พูดถึงเรื่องนี้หมิงเฉิงก็กลุ้มใจ “พวกเรารู้สึกผิดต่อท่านป้าสามแล้วก็รู้สึกผิดต่อเสี่ยวชี ข้าไม่มีหน้าจะอ้อนวอนให้นางยกโทษให้ เพราะฉะนั้นเรามาทำสิ่งสุดท้ายเพื่อนางกันเถอะขอรับ!” นายท่านสี่ถูกเขาพูดใส่เช่นนี้ก็รู้สึกเศร้าในใจ
จี้หลิงดื่มชาสักพักและพูดอะไรบางอย่างกับท่านผู้เฒ่ารอง นายท่านสี่กับบุตรชายก็เดินกลับเข้ามา ไม่รอให้เขาเอ่ยปาก นายท่านสี่พูดไปว่า
“คุณชายจี้ ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผล ตอนนี้พวกเราไม่สามารถดูแลเสี่ยวชีได้จริงๆ ควรมอบให้ท่านดูแลจะดีกว่า จบเรื่องนี้ท่านจะพาเสี่ยวชีกลับไปด้วยเลยก็ได้”
จี้หลิงรู้สึกประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นเหตุใดทัศนคติของนายท่านสี่จู่ๆ ถึงได้เปลี่ยน