ันยังไม่ถึงเวลา เมื่อเวลานั้นมาถึงการส่งกองกำลังไปทางใต้หรือรวมแผ่นดินตรงกลางยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง
แต่หมิงเวยบอกเขาไปว่าความแข็งแกร่งนี้สามารถอยู่ได้เพียงหกสิบปี ไม่สิแค่สามสิบปีเท่านั้น
สามสิบปีนี้จะต้องพบเจอกับอะไรบ้างกัน
“แล้วจุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงไหน” เขาพยายามข่มอารมณ์เอาไว้และมองหาปมของปัญหา
“เจ็ดปีหลังจากนี้” หมิงเวยพูดไปตามตรง “เหวินตี้สิ้นพระชนม์ ผู้ที่สืบทอดบัลลังก์คือบุตรที่ไม่เอาไหน”
“เหวินตี้…” เขาพูดเสียงเบา “เป็นพระสมัญญานาม[1]ของพระองค์หรือ”
“ใช่”
หยางชูเผยรอยยิ้มที่ไม่สามารถอธิบายได้ “พระองค์ประสบความสำเร็จในการบริหารราชการ นามนี้เหมาะสมแล้ว”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้น “เอาล่ะข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก” จากนั้นเขาก็เดินออกไป
“เดี๋ยวสิ!” หมิงเวยตะลึงจนตาค้างพูดอะไรไม่ออก “นี่ท่านได้รับผลประโยชน์แล้วก็จะไปทั้งอย่างนี้เลยงั้นหรือ”
หลังจากที่นางพูดเรื่องสำคัญเสร็จเขาก็ไม่แสดงท่าทีอะไรแล้วจะจากไปอย่างนี้เนี่ยนะ
หยางชูหยุดแล้วมองนางอย่างหยอกล้อ “เป็นท่านที่พูดออกมาเอง ข้าไม่ได้บังคับท่านเลยแม้แต่น้อย”
“….”
เขาคลี่พัดแล้วโบกอย่างสบายๆ “จุดแข็งของทั้งสองฝ่ายไม่เท่ากันอยู่แล้ว ท่านเอาอะไรมาคิดว่าข้าต้องทำตามหลักยุติธรรม สำหรับข้าแล้ว ท่านในฐานะผู้ช่วยดูเหมือนจะอ่อนแอไปหน่อย!”
หมิงเวยไม่ได้โกรธแต่กลับยิ้ม “ได้ หากท่านเดินพ้นประตูนี้ไป อย่ามาเสียใจในภายหลังแล้วกัน”
ด้วยความโกรธนางจึงยิ้มหวาน