ปอีกครั้ง อย่างไรความจริงก็ต้องปรากฏออกมาแน่
แต่ผลลัพธ์กลายเป็นหญิงสาวผู้นี้…
“เอาล่ะ!” หมิงเวยปลอบเขา “ตัวโตขนาดนี้จะอารมณ์เสียไปทำไมกัน ดึกขนาดนี้แล้วควรเข้านอนได้แล้ว”
นางกำลังลุกขึ้นแต่ก็ถูกดึงให้กลับไปนั่งลงเหมือนเดิม
หยางชูมองนางอย่างจริงจัง “เอาล่ะ ข้าไม่ล้วงความลับของท่านแล้ว พูดตามตรงก็คือพื้นเพของท่านยังไม่แน่ชัด ข้าไม่สามารถบอกเรื่องทุกอย่างในหวงเฉิงซือแก่ท่านได้”
หมิงเวยครุ่นคิดสักพักแล้วตอบ “เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกเรามาเล่นตอบคำถามกัน ท่านถามหนึ่งคำถาม ข้าถามหนึ่งคำถาม จนกว่าฝ่ายหนึ่งจะตอบไม่ได้ เนื่องจากที่ท่านพูดมาก่อนหน้านี้มีเหตุผล ข้าอยู่ในฐานะที่ด้อยกว่าสิทธิ์ในการถามคำถามแรกข้าขอยกให้ท่าน ท่านคิดว่าอย่างไร”
หยางชูคิดในใจในเมื่อรู้ว่าตนเองด้อยกว่าแล้วยังให้มาผลัดกันถาม นี่ไม่ใช่การเอาเปรียบคนทางอ้อมหรอกหรือ แต่เขาก็ไม่อยากจะเถียงกับหญิงสาวที่เล่นลูกไม้คนนี้อีกแล้ว อาหารที่ทานไปยังไม่เพียงพอจะให้เกิดโทสะเลย
“ได้! คำถามแรกท่านมาจากอนาคตใช่หรือไม่”
“ใช่” หมิงเวยถามต่อ “หยางชูไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของท่าน ข้าเดาถูกใช่หรือไม่”
เขาชะงักแล้วตอบกลับไปว่า “เป็นชื่อที่ท่านย่าตั้งให้” เขารีบถามกลับ “ยุคสมัยของท่านห่างจากปัจจุบันนานหรือไม่”
“เจ็ดสิบปีหลังจากนี้” หมิงเวยพบว่าคำถามของตนเองมีช่องโหว่จึงทำให้เขาเลี่ยงคำตอบได้ นางจึงคิดอยู่สักพักแล้วถามต่อ “แต้มสีชาดของท่านได้รับการ