ละโอบกอดนางอีกครั้ง “หวังว่าพวกเราจะได้พบกันอีกในชาติหน้า”
คุณหนูเจ็ดย่อกายทำความเคารพ “ข้าดีใจที่ชาตินี้เราได้รู้จักกัน ท่านพี่ดูแลตัวเองด้วย”
หมิงเวยเฝ้าดูร่างกายของพวกนางค่อยๆ สลายไป ในใจรู้ดีว่านี่คือการขจัดสิ่งยึดติดและเข้าสู่การกลับชาติมาเกิด นางก้าวไปข้างหน้าเกี่ยวนิ้วประสานกันอย่างรวดเร็วเพื่อผูกลมหายใจของทั้งสองเข้าด้วยกัน
ด้วยวิธีนี้แม้ว่าเกิดใหม่พวกนางจะอยู่ห่างกันหลายพันลี้ แต่เมื่อโชคชะตามาถึงพวกนางก็จะได้พบกัน
“คุณหนูเจ้าคะ! ฮูหยินเจ้าคะ!” ตัวฝูร้องไห้แล้วคุกเข่าลง “ขอให้พวกท่านไปสู่สุคตินะเจ้าคะ”
ฮูหยินสามและคุณหนูเจ็ดยิ้มแล้วพยักหน้าทั้งสองมองหน้าและจับมือโอบกอดกันและกัน
ควันเริ่มบางลงขึ้นเรื่อยๆ และร่างของพวกนางก็ค่อยๆ จางหายไป
จนในที่สุดก็มองไม่เห็นแล้ว…
หมิงเวยมองไปยังที่ที่พวกนางจางหายไป ยืนอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานก่อนที่จะนั่งลงบนฟูกอย่างเงียบๆ แล้วก้มหน้าร้องไห้
ตัวฝูเช็ดน้ำตา นางก้าวไปข้างหน้าพลางถามด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “คุณหนูเจ้าคะ…”
หมิงเวยโบกมือ “ข้าไม่เป็นอะไร ตัวฝูเจ้าเพิ่งฟื้นร่างกายยังอ่อนแออยู่ เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
“แต่ว่าคุณหนู…”
“ข้านั่งต่ออีกสักพักก็ดีขึ้นแล้ว”
ตัวฝูรู้ว่านางกำลังเสียใจจึงตอบรับเสียงเบา “เจ้าค่ะ”
นางถอยออกมาจากห้องอย่างเงียบๆ จากนั้นก็ปิดประตู เมื่อหมุนตัวกลับไปและเดินออกไปไม่กี่ก้าวก็เห็นว่ามีคนยืนพิงอยู่ที่หน้าต่าง
นางเ