่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของสวรรค์ ผู้ที่ควรตายในที่สุดก็ต้องตายเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ยุคสมัยเดิม แต่ศัตรูของข้าก็ยังคงอยู่ เส้นทางนี้ยากกว่าที่คิดไว้เสียอีก บางทีในท้ายที่สุดข้าคงไม่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาได้ และคงต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในยุคสมัยที่แปลกไปนี้”
นางหยุดพูดกลั้นเสียงสะอื้น หลังจากเงียบไปสักพักภายในห้องก็มีเสียงถอนหายใจดังขึ้น ฟูกอีกอันถูกลากไปเพื่อนั่งข้างๆ นาง แล้วเสียงของหยางชูก็ดังขึ้น “ถ้าอยากร้องไห้ล่ะก็ข้าให้ท่านยืมไหล่ได้นะ”
หมิงเวยลดมือลงใบหน้าแดงก่ำจากการร้องไห้ นางมองเขาด้วยความรังเกียจ “เวลาเช่นนี้ยังคิดเอารัดเอาเปรียบข้าอีกหรือ ฝันไปเถอะ!”
“เฮ้!” หยางชูไม่พอใจ
“ท่านคิดว่าไหล่ของข้าจะให้ใครยืมก็ได้งั้นหรือ! ด้วยรูปลักษณ์ของข้า บอกว่าให้ท่านเอารัดเอาเปรียบยังจริงเสียกว่า”
“ถ้าอย่างนั้นท่านกอดตัวเองไปเถอะ เอารัดเอาเปรียบให้พอ! เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกแน่!”
“…….”
หมิงเวยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา “ชุบน้ำให้ข้าหน่อยน้ำอยู่ทางด้านนั้น”
“ข้าเป็นคนรับใช้ของท่านหรือ”
“ท่านจะไปหรือไม่ไป” หยางชูลูบหน้าตนเองแล้วรับผ้าเช็ดหน้ามา “ถือว่าข้าติดหนี้ท่านอยู่”
หลังจากบิดผ้าเช็ดหน้าที่เปียกแล้ว หมิงเวยก็นำมาเช็ดหน้าทั้งสองคนต่างเงียบไม่พูดอะไร หยางชูมองใบหน้าของนางอย่างใจลอย
อันที่จริงแล้วใบหน้านี้งดงามจริงๆ เขาจำการพบกันครั้งแรกที่โรงน้ำชาได้ การปรากฏตัวของนางทำให้ทั้งห้องประห