อกไปแล้วพลังอันมหาศาลก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือก่อตัวเป็นคลื่นลมระลอกหนึ่ง
“ไอหยา!”
จู่ๆ ก็มีเสียงร้องดังขึ้นด้วยความตกใจ งูสีขาวตัวเล็กที่ชะโงกหัวเยี่ยมๆ มองๆ ก่อนหน้านี้รีบกลับไปในแขนเสื้อของหมิงเวยด้วยความตื่นตระหนกและตะโกนด้วยเสียงอู้อี้ “นายท่านมีปีศาจตัวใหญ่!”
หมิงเวยหุบยิ้ม “ปีศาจตัวใหญ่ที่ไหนกันเจ้าออกมาดูดีๆ ก่อนแล้วค่อยพูด”
งูสีขาวตัวน้อยยื่นหัวออกมาและมองดูสักพักจากนั้นก็เลี้อยออกมาพันรอบมือหมิงเวยแล้วมองตัวฝูอย่างกลัวๆ “ร่างกายของนางมีกลิ่นอายของปีศาจ”
หมิงเวยลูบหัวของงูขาวและยื่นมือออกไป “เจ้าลองสัมผัสดูสิ”
งูขาวตัวน้อยรู้สึกสับสนมาก แต่ก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี มันเลื้อยไปหาตัวฝูอย่างระมัดระวัง พออยู่กับตัวฝูไปสักพักมันก็ถามขึ้นด้วยความงุนงง “นายท่าน กลิ่นอายเหมือนปีศาจ แต่ก็เหมือนมนุษย์”
หมิงเวยยิ้ม “นางเพิ่งดูดซับพลังของปีศาจตัวนางจึงแปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นอายของปีศาจ นี่เป็นการปราบพลังปีศาจด้วยพลังภายในของเสวียนชื่อขนานแท้ กลิ่นอายนี้มีประโยชน์มากต่อการฝึกตนของเจ้าหลังจากนี้เจ้าอยู่ใกล้ๆ นางให้มากๆ ล่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง…”
หมิงเวยมองตัวฝู “เจ้ายังมีความโชคดีในความโชคร้าย มีพลังปีศาจอยู่ในตัว ข้าจะสอนเคล็ดวิชาให้เจ้าสองสามชุดแล้วเจ้าจะฝึกฝนจนกลายเป็นเซียนได้ในเวลาอันสั้น แต่พลังภายนอกเมื่อเทียบกับพลังที่ได้จากการฝึกฝนแล้วนั้นดูพื้นฐานกว่ามาก ถือว่ายังอ่อนแอ หลังจากนี้เจ้าต้องฝึกฝนม