ากขึ้นเพื่อไม่ให้แว้งกัดเราทีหลัง”
ตัวฝูยังคงงุนงง “คุณหนูหมายถึง บ่าวไม่เป็นอะไรความทรงจำพวกนั้น…”
“ไม่เป็นอะไร เจ้าก็ยังคงเป็นเจ้าเพียงแค่ดูดซับความทรงจำที่กระจัดกระจายของปีศาจเลยได้รับผลกระทบบางอย่าง”
ตัวฝูถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อนึกถึงสิ่งที่หมิงเวยพูดเมื่อครู่นางจึงถามอย่างดีใจ “หากบ่าวฝึกฝนจนเป็นเซียน หลังจากนี้ก็จะสามารถปกป้องคุณหนูได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” หมิงเวยยิ้มแล้วพยักหน้า
ตัวฝูดีใจมาก “ดีจัง! หลังจากนี้ก็ไม่ต้องพึ่งอาหว่านแล้ว!”
หมิงเวยหุบยิ้ม “เจ้าไม่ชอบนางขนาดนั้นเลยหรือ”
ตัวฝูพูดเสียงเบา “ไม่ใช่ไม่ชอบเจ้าค่ะแค่รู้สึกว่าการที่นางอยู่ที่นี่เหมือนว่านางขโมยคุณหนูไป…”
หมิงเวยเข้าใจความคิดของนางจึงเอ่ยปลอบใจไปว่า “ถึงนางจะเก่งกาจอย่างไร แต่นางก็เป็นคนของตระกูลอื่นหรือก็คือตอนนี้ตัวฝูเก่งกาจขนาดนี้แล้ว เจ้าไม่แพ้นางแน่”
ตัวฝูยิ้มกว้าง หมิงเวยเห็นว่าจุดด่างดำบนใบหน้าของนางดูจางลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดที่จะบอกนาง “ร่างกายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง มีแรงลุกจากเตียงหรือไม่”
ตัวฝูพยักหน้า “คุณหนูมีเรื่องอะไรให้บ่าวไปจัดการหรือไม่เจ้าคะ”
หมิงเวยเฝ้ามองนางแล้วถามออกไปเบาๆ “อยากเจอคุณหนูของเจ้าหรือไม่”ตัวฝูชะงักรอยยิ้มบนใบหน้าของนางค่อยๆ จางหายไป
นางมองหมิงเวยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี “บ่าว…”
นางรู้ว่าคำพูดเมื่อครู่นี้หมายความว่าอะไร คุณหนูเปลี่ยนไปเป็นอีกคน นางรู้ตั้งนานแล้ว ตั้ง