เองก็ยังไม่แน่นอน หลายสิบปีมานี้กองทัพแคว้นต้าฉีไม่เคยลดลงเลย พวกท่านคิดจะต่อกรด้วยกองกำลังเพียงสองหมื่นนายงั้นหรือ ฝันเร็วไปหน่อยนะ!”
ในช่วงเกิดความจราจลยังสามารถจัดการได้แล้วในตอนนี้ที่ใต้หล้าอยู่ในความสงบสุข กองทัพจำนวนแค่นี้จะไปเพียงพออะไร
นายท่านสองได้ยินเช่นนั้นก็ผงะ แต่ยังพูดออกไปว่า “ใครบอกเจ้าว่าจำเป็นต้องยกทัพ จวิ้นอ๋องเป็นสายเลือดของไท่จู่…”
“เฮอะ!”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบก็ถูกหมิงเวยหัวเราะใส่ “การยึดครองตำแหน่งมีอยู่สองทาง หนึ่งคือกองกำลังทหาร สองคือการเมือง เส้นทางแรกไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว เส้นทางที่สองยิ่งน่าขันฝ่าบาทมีองค์ชายห้าพระองค์ มีสามพระองค์ที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตำแหน่งจะมาตกที่เขาได้อย่างไร แม้แต่ประตูเมืองหลวงเขายังไม่เคยเหยียบเข้าไปด้วยซ้ำ! ยิ่งไปกว่านั้นในปีที่มีการแย่งชิงบัลลังก์ ฉินอ๋องมีชื่อเสียในเรื่องสังหารพี่น้องของตนเอง การให้ลูกหลานของเขาไปนั่งในตำแหน่งนั้นถือเป็นการเยาะเย้ยสายเลือดโดยตรง!”
สายตาของหมิงเวยเลื่อนไปมองนายท่านสาม “ขนาดหลานยังดูออกมีหรือที่นายท่านสามจะดูไม่ออก เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่มีทางที่ฉีตงจวิ้นอ๋องจะทำสำเร็จ ตระกูลหมิงจะสามารถผงาดขึ้นมา และกอบกู้ศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษกลับคืนมาได้อะไรกัน เหลวไหลทั้งนั้น! เขาแค่ต้องการก่อกวนสถานการณ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เขาวางไว้ก็เท่านั้น เขาถึงไม่ลังเลที่จะฝังศพตระกูลหมิงทั้งหมด น่าตลกที่ว่าส