ไป
“การเฝ้ามองอย่างนิ่งดูดายก็ถือว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด!”
นายท่านสี่ที่สำนึกผิดและตำหนิตนเองมาก่อนอยู่แล้วพอได้ยินคำพูดนี้ใบหน้าของเขาซีด รู้สึกจะล้มแหล่มิล้มแหล่ คำว่า ‘ผู้สมรู้ร่วมคิด’ ดังก้องอยู่ในหัวของเขา
ผู้สมรู้ร่วมคิด เขาคือผู้สมรู้ร่วมคิด ผู้สมรู้ร่วมคิดที่ทำให้ฮูหยินสามตกลงมาอยู่ในสถานการณ์นี้…
“ท่านพี่ๆ!” ฮูหยินสี่ตะโกนอย่างเป็นกังวลนางพูดกับหมิงเวย “ถึงแม้ท่านอาสี่ของหลานจะผิด แต่เขาก็สำนึกผิดพอแล้วหลานจะทำเช่นไร ป้ารับแทนเขาเอง!”
“ท่านแม่!” หมิงเฉิงตะโกนหน้าซีด “ไม่ขอรับ เป็นความผิดของลูกเอง ลูกยอมรับแทนเอง!”
“เฉิงเอ๋อร์!”
หมิงเวยมองดูครอบครัวตรงหน้าสามคนอย่างไม่แยแสแล้วพูดกับพวกเขาตรงๆ ไปว่า “ท่านอาสะใภ้สี่ แม้ท่านจะคับแค้นใจ แต่ก็ไม่ได้ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อท่านแม่ ท่านไม่ได้ผิดหลานจึงไม่ได้โกรธเกลียดท่าน พี่สี่ก่อนหน้านี้พี่ทำไปเพราะความสับสน ภายหลังได้แก้ไขเพื่อช่วยกู้สถานการณ์ น้องเองก็ไม่อยากเก็บมาใส่ใจต่อไป ส่วนท่านอาสี่ในบรรดาสัตว์ร้ายในตระกูลหมิง ท่านยังถือว่าเป็นคนอยู่”
พูดถึงตรงนี้นางก็หยุดชะงัก และพูดต่ออย่างเงียบๆ “แต่ข้ารับไม่ได้ที่พวกท่านทั้งครอบครัวรักใคร่กลมเกลียว ในขณะที่ท่านแม่ตายอย่างน่าสังเวช หลังจากที่พวกท่านเสียใจโทษตัวเองแล้วทำไมจากนั้นก็ได้กลับมาเป็นครอบครัวที่รักใคร่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกัน”
นายท่านสี่ตกใจไปชั่วขณะแล้วถามอย่างระวัง “หลานต