้องการอะไร”
หมิงเวยหัวเราะอย่างเย็นชา “หลานควรถามว่าท่านอาสี่จะทำเช่นไร!” นางเดินเข้าไปหานายท่านสี่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านอาสี่ ท่านบอกหลานมาหน่อย ท่านแม่นอนในนั้นอย่างหนาวเหน็บ นางทุกข์ทรมานมาทั้งชีวิตหากท่านรู้สึกเจ็บปวด ท่านจะต้องลบความผิดก่อนหน้านี้ทั้งหมด นับจากนี้ต่อไปภรรยามีคุณธรรม บุตรกตัญญู นำครอบครัวดำเนินไปตามศีลธรรมวันนี้ท่านยอมรับได้หรือไม่”
สีหน้าของนายท่านสี่ซีดจนน่ากลัวเขาเงยหน้ามองนางตรงๆ
หมิงเวยมองกลับมาอย่างเย็นชา
ในที่สุดนายท่านสี่ก็ทนไม่ไหวเขาพึมพำออกมา “ข้า…ข้าไม่สามารถ…ข้าไม่มีคุณสมบัติ…”
เขาปิดหน้าร้องไห้ออกมา “ขอโทษ ข้าขอโทษ…”
ในที่สุดหมิงเวยก็ถอยออกมา
“หลานบอกแล้วในบรรดาสัตว์ร้ายในตระกูลหมิงท่านอาสี่ยังถือว่าเป็นคน จำเป็นต้องทำอะไรคงไม่ต้องให้หลานพูดเยอะ ชีวิตที่เหลือของท่านต่อจากนี้จะทำเช่นไร จะชดเชยความผิดหรือโยนทิ้งไปก็แล้วแต่ท่านเถิด”
นายท่านสี่ตื่นตระหนก เขามองแม่นมถงที่อยู่ด้านหลังหมิงเวยที่มองเขาด้วยสายตาซับซ้อนยากที่จะเข้าใจแล้วสุดท้ายนางก็ส่งเสีย ‘เหอะ’ ออกมา เบือนหน้าไปทางอื่น เขารู้สึกโหรงเหรงในใจขึ้นมาทันที
หากนางยังมีชีวิตอยู่แล้วรู้เรื่องราวภายในก็คงมีท่าทางเช่นนี้ใช่หรือไม่
ในที่สุดเขาก็สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในใจไป…
หมิงเวยเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่า
“ท่านย่า” นางถามเสียงเบา “หลานขอถามท่านสักคำถาม หลายปีมานี้ท่านย่าทราบเรื่องพวกน