ยิน…”
นายท่านสี่ชะงัก “ท่านพ่อกับท่านป้าสาม…”
“นั่นเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว” นายท่านสี่พูดขัดเขา
“แต่ท่านพ่อออกมาเพื่อเป็นพยาน” หมิงเฉิงลดเสียงลงในใจรู้สึกสับสน
“…เพื่อท่านป้าสามใช่หรือไม่ขอรับ” ไม่คิดว่าหมิงเฉิงจะถามกับเขาตรงๆ เช่นนี้ นายท่านสี่ไม่รู้จะตอบอะไรออกไปอยู่สักพัก
มีหลายพันคำพูดในใจผ่านไปนานเขาจึงตอบกลับไป “เรื่องนี้…ไม่ใช่เรื่องดีที่จะพูดกับลูกหลาน แต่ในเมื่อเจ้ามีข้อสงสัยในใจ หากพ่อไม่พูดให้ชัดเจน เจ้าคงไม่สบายใจไปทั้งชีวิต เฉิงเอ๋อร์ ที่เจ้าพูดมาไม่ผิดปีนั้นพ่อได้พบท่านป้าสามก่อน แต่เพราะความผิดพลาด ลุงสามของเจ้าได้เอ่ยปากก่อน หลังจากนั้นพวกเราก็ต่างคนต่างแต่งงานเรื่องนี้ได้ผ่านไปนานแล้ว…”
“หลังแต่งงานกับท่านแม่ของเจ้า ไม่นานเจ้าก็เกิดมาพ่อเลยไม่คิดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร แต่พวกเราต่างแต่งงานมีครอบครัวกันไปแล้ว มีสถานะเป็นลุงเป็นพี่สะใภ้จะนึกถึงเรื่องเก่าไปทำไมกันเพียงแต่พ่ออารมณ์ร้อน ดูแลแม่ของเจ้าได้ไม่ดีเลยไม่คิดถึงความรู้สึกของนางเลย…”
พูดถึงเรื่องนี้นายท่านสี่หลุบสายตาลง
ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขาถอนหายใจแล้วพูดต่อ “หลังจากเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น พ่อก็รู้สึกละอายใจ สิบปีที่ผ่านมานี้ทั้งกลางวันและกลางคืน พ่อรู้สึกผิดต่อท่านป้าสามของเจ้า รู้ดีว่านางถูกเหยียดหยามแต่ก็มองดูอย่างเงียบๆ พ่อทำเพื่อนาง แต่ก็ไม่ได้ทำเพื่อนาง เฉิงเอ๋อร์ เจ้าเข้าใจหรือไม่