วังตัว นายท่านสามคงได้หนีลอยนวลไปแล้ว
“คุณหนูเจ็ด พวกเราขึ้นไปดีหรือไม่”
“เดี๋ยวก่อน” หมิงเวยพลิกหนังสือเล่มนั้นไปที่หน้าสุดท้ายแล้วพลิกไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เหลยหงมองแต่ไม่เข้าใจ มีการวาดวงกลมเล็กๆ ที่ดูผิดปกติซึ่งมองอย่างไรก็ไม่เห็นความเกี่ยวข้องกัน
“เป็นเคล็ดวิชาอะไรหรือขอรับ”
หมิงเวยส่ายหน้า “ไม่ใช่เคล็ดวิชาหรอก”
เหลยหงไม่เข้าใจ
“เพราะไม่ใช่เคล็ดวิชาถึงได้แปลก” หมิงเวยอธิบาย “หนังสือเล่มนี้สิ่งที่วาดลงไปล้วนเป็นอักษรยันต์ เหตุใดหน้านี้ถึงได้แตกต่างออกไปกัน”
หมิงเวยครุ่นคิดแล้วนางก็หยิบกระดาษสีขาวมาวาดวงกลมเล็กๆ แล้วส่งหนังสือคืนให้กับเหลยหง “ข้าขอเอากลับไปคิดเสียหน่อย”
เหลยหงไม่ขัดข้อง เขาชินกับการคิดว่าหมิงเวยเป็นคนของตนเองไปแล้ว…
หลังจากทำการเก็บของจิปาถะพวกนี้ทั้งหมดเหลยหงก็เดินออกมาจากห้องลับ
“ฮูหยินสอง” เหลยหงประสานมือคารวะ “พวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบทรัพย์สินของนายท่านสองขอรับ” ฮูหยินสองเองได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว ตระกูลหมิงกับจวนอ๋องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันจึงจำเป็นต้องตรวจสอบทรัพย์สินด้วย
หรือก็คือนี่เป็นกุญแจสู่การตัดสินโทษของตระกูลหมิงนั่นเอง
………….
“แม่นม ทานข้าวต้มสักหน่อยเถอะ” ซู่เจี๋ยโน้มน้าวให้นางทานมากขึ้น
“ข้าจัดการเอง” เมื่อได้ยินเสียงซู่เจี๋ยก็เห็นว่าหมิงเวยเดินเข้ามา
“คุณหนู” นางลุกขึ้นยืน หมิงเวยรับชามข้าวต้มจากนางแล้วไปนั่งข้างเตียง
“จะรบกวนคุณหนูได้อย่างไรเจ้าคะ” แ