ม่นมพูดเสียงเบา “ให้สาวใช้จัดการดีกว่าเจ้าค่ะ” หมิงเวยส่ายหน้า นางตักข้าวต้มขึ้นแล้วยื่นเข้าไปใกล้ปากของอีกฝ่าย
แม่นมถงเลยจำเป็นต้องอ้าปากทานเข้าไป เมื่อทานข้าวต้มเสร็จตามด้วยล้างปาก หมิงเวยจึงพูดกับนางว่า “แม่นม ท่านแม่จากไปหลายวันแล้วท่านยังปล่อยวางไม่ได้หรือ”
แววตาของแม่นมถงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “บ่าวรู้สึกผิดต่อฮูหยินเห็นท่านทุกข์ทรมานมาหลายปี บ่าวทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากปลอบฮูหยินให้อดทน จนในที่สุด ฮูหยิน…”
หมิงเวยเข้าใจความรู้สึกนี้ เดิมทีคิดว่าสักวันหนึ่งจะผ่านพ้นไปได้ ผู้ใดจะคิดว่าฮูหยินสามจะตายอย่างไม่ยุติธรรมเช่นนี้กัน ที่อดทนมาหลายปีเพียงนี้จะมีความหมายอะไรกัน
แม่นมถงเสียใจมากจนล้มป่วย หมิงเวยเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “สิ่งที่แม่นมถงเกลียดที่สุดคือยังไม่สามารถล้างแค้นให้ท่านแม่ได้ใช่หรือไม่”
แม่นมถงเบนหน้ามามอง ดวงตาของนางคลอไปด้วยน้ำตา “บ่าวเป็นแค่สาวใช้ ไม่สามารถทำอะไรให้ฮูหยินได้ยิ่งคำว่าแก้แค้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยเจ้าค่ะ”
หมิงเวยหันหน้าไปสั่ง “ซู่เจี๋ย เจ้าออกไปเฝ้าประตูอย่าให้ผู้ใดเข้ามาใกล้”
ซู่เจี๋ยรับคำแล้วเดินออกไป
หมิงเวยจับมือแม่นมถงแล้วกระซิบเสียงเบา “แม่นมอยากพูดอะไรก็พูดออกมาเถอะ อย่าเก็บให้ว้าวุ่นใจเลย สำหรับข้านอกจากท่านแม่แล้วก็มีแม่นมที่ใกล้ชิดมากที่สุด ไม่มีความแตกต่างระหว่างเจ้านายกับบ่าวรับใช้ และไม่มีสิ่งใดที่ไม่สามารถพูดออกมาได้”
หลังจากได้ยินคำพูดเห