เจ้าเป็นแม่คน ข้าก็เป็นแม่คน มีหรือจะไม่รู้ความคิดของเจ้า ลูกสองทำผิดอะไรไว้ข้ารู้ดี เจ้าเลือกทางนี้ แม้จะไร้ความเมตตาไปหน่อย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดต่อเขา หากมองในมุมมองของคนเป็นมารดา ข้าไม่โกรธเจ้าหรอก แต่หลังจากนี้เจ้าไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีกเรื่องพวกนี้เจ้าจัดการเถอะ”
หลังจากพูดจบนางก็หันหน้าออกไปและไม่พูดอะไรอีก ฮูหยินสองฟังด้วยความเงียบงัน น้ำตาไหลอาบหน้า
นางแต่งงานกับบุตรชายคนรองตระกูลหมิงมายี่สิบห้าปี ใช้ชีวิตอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่ามายี่สิบห้าปี แม่สามีและลูกสะใภ้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ฟังคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วจะไม่เศร้าได้อย่างไร แต่ตอนนี้นางจะพูดอะไรได้ ละทิ้งสามีเพื่อช่วยบุตรชาย การตัดสินใจนี้ไม่มีทางสั่นคลอนนางรู้สึกเสียใจกับฮูหยินผู้เฒ่า
ฮูหยินสองคุกเข่าลงช้าๆ “ขอบคุณท่านแม่ที่เข้าใจเจ้าค่ะ”
ทำความเคารพเสร็จนางก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว ฮูหยินผู้เฒ่าหันหน้ากลับมามองห้องที่ว่างเปล่าแล้วนางก็น้ำตาไหล
นางเป็นมารดา นางก็อยากช่วยบุตรชายของนาง แต่นางไม่สามารถช่วยได้!
วันนั้น วันที่ลูกสองพาคนมาขอรับโทษ นางก็รู้ดีว่าตระกูลหมิงได้จบสิ้นแล้ว! นางเกลียดตนเองที่ไม่ตายให้เร็วกว่านี้ถึงต้องมาเห็นฉากนี้ด้วยตาตนเอง…
………….
ยามบ่าย ผู้ตรวจสอบเดินทางมาถึงคนที่นำคนกลุ่มนี้มาก็คือเหลยหง เมื่อเขามาถึงก็ส่งคนไปเชิญหมิงเวย
“คุณหนูเจ็ด” เหลยหงยืนขึ้นและคำนับ ตระกูลหมิงในตอ