ข้าบอกท่านว่า ข้าได้พบดาวดวงอื่นล่ะ”
“….” หลังจากนั้นไม่นานหยางชูก็ปรับความคิดของเขากลับมา “ท่านจะบอกว่าไม่ได้มีแค่นายท่านสามผู้เดียวงั้นหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “ข้าเคยพบสองคน พวกเขาคือโต้วมู่เซี่ยกับปี้ฉุยอวี่ หากเป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์เอาไว้ ผู้ที่ช่วยเขาเมื่อคืนวานคงเป็นหนึ่งในดวงดาวนี้”
หยางชูรีบพูดออกไปว่า “ท่านบอกว่าเคยพบไม่ได้หมายถึงยุคสมัยนี้ใช่หรือไม่”
“ใช่เจ้าค่ะ”
หยางชูตอบ “จากที่ท่านบอกมาปรมาจารย์แห่งชีวิตหายสาบสูญไปนานแล้ว แสดงว่ายุคสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่คงห่างจากตอนนี้นานมาก ท่านแน่ใจถึงเพียงนี้หากนายท่านสามเป็นหนึ่งในนั้น มันไม่บังเอิญไปหน่อยหรือที่ท่านได้รับของที่เป็นหลักฐานเช่นนี้ไว้”
หมิงเวยยิ้ม “ทุกอย่างต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด หรือพวกท่านหวงเฉิงซือไม่ได้ทำเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน แน่นอนว่ามีโอกาสที่ข้าจะคาดเดาผิด แต่ตราบใดที่มีความเป็นไปได้เพียงเล็กน้อยที่จะถูกจึงไม่สามารถมองเป็นเรื่องธรรมดาและไม่สนใจมันได้ ข้าจะบอกความจริงกับท่าน ท่านอาจารย์ของข้าเสียชีวิตด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ พวกเขายังบังคับให้ข้าใช้ทางเลือกสุดท้ายนั่นคือเหตุผลที่ข้ามายืนอยู่ที่นี่”
“….”
เห็นเขาหน้านิ่วคิ้วขมวดคลี่ปิดพัดในมือไม่หยุด หมิงเวยกวักมือเรียกสาวใช้คนหนึ่งและสั่งให้นางไปเตรียมชาและของว่างมา
รอจนหยางชูได้สตินางกับอาสวนกำลังคุยกันเรื่องทำขนมซิ่งเหรินอย่างไรให้อร่อย
“หึ!”