อด “อยู่ห่างไกลเพียงนั้น แต่ยังสามารถถอดยันต์กระจายวิญญาณของข้าออกได้ เสวียนชื่อในระดับนี้ข้าไม่ได้พบเจอมานานแล้ว ท่านมาจากที่ใดงั้นหรือ”
หมิงเวยยิ้ม “ท่านชมเกินไปแล้ว ที่มาของข้าไม่สามารถบอกท่านได้ในตอนนี้ แต่ขอแก้ไขอะไรสักเล็กน้อย”
“อะไรรึ”
“ข้าไม่ใช่เสวียนชื่อ แต่ข้าเป็นปรมาจารย์แห่งชีวิต”
คนผู้นั้นตกใจ “อะไรนะ!”
ไม่รอให้หมิงเวยตอบกลับเหล่าองครักษ์ก็พร้อมใจกันปีนขึ้นไป คนผู้นั้นได้รับบาดเจ็บ เขามองนายท่านสามที่คร่ำครวญไม่หยุดแล้วหัวเราะเสียงเย็น
“เหลากุ่ย[1] จงสร้างบุญกุศลให้มากเถิด!”
พูดจบเขาก็กระโดดทะยานออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
“ไล่ตามไป!” หัวหน้าองครักษ์ตะโกนขึ้น
เหล่าองครักษ์ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างเชี่ยวชาญ กลุ่มที่จำนวนน้อยอยู่ดูแลอารักขา กลุ่มที่จำนวนคนมากก็ไล่ตามออกไป
หยางชูก้าวไปข้างหน้าแล้วคว้าศีรษะของนายท่านสาม “อยากตายงั้นหรือ แต่คราวนี้ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก!”
เขายึดคางอีกฝ่ายไว้เพื่อไม่ให้ฆ่าตัวตายด้วยวิธีนั้นอีก หมิงเวยเดินเข้ามา มองนายท่านสามที่นอนไร้เรี่ยวแรงบนพื้นแล้วถอนหายใจ
นายท่านสามในตอนนี้ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ขาข้างหนึ่งได้รับแรงระเบิดจนมีแผลฉกรรจ์เลือดโชก กระดูกสะบักแทงทะลุ สภาพเขาในตอนนี้ดูน่าสลดใจมากจนแทบมองไม่เห็นถึงท่าทางมีชีวิตชีวาก่อนหน้านี้เลย
หมิงเวยพบว่าอารมณ์ของตนสงบลงอย่างน่าประหลาดใจ
“ท่านอาจารย์เคยบอกข้าว่าไม่เคยมีมนุษย์ที่เป็นคนดีโดยเนื้อ