วกท่านล้วนต่างกัน เขามีเส้นทางของเขาท่านก็มีเส้นทางของท่าน”
“แล้วทำไมท่านไม่ชื่นชมข้าบ้างล่ะ”
ในขณะที่หมิงเวยกำลังจะพูดองครักษ์ก็ตะโกนขึ้นมาว่า “คุณชาย พบแล้วขอรับ!”
…………
ทันทีที่หมิงเฉิงทำความเคารพจวิ้นหวังเฟยเสียงประหลาดของสาวใช้ด้านนอกก็ดังขึ้น
“คุณหนูกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”
“ท่านแม่!” อันเซียงเสี้ยนจู่รีบวิ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของมารดาแล้วร้องไห้ออกมา
สภาพของอันเซียงเสี้ยนจู่ค่อนข้างลำบาก ตามเสื้อผ้ามีรอยขาดหลายแห่ง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยฝุ่นมือยังมีรอยขีดข่วน
“เกิดอันใดขึ้น เกิดอันใดขึ้นกันแน่” จวิ้นหวังเฟยตกใจ “อันเซียง! เกิดอันใดขึ้น ใครทำอันใดลูก บอกแม่มา แม่จะให้คนไปจับตัวมาลงโทษเดี๋ยวนี้!”
อันเซียงเสี้ยนจู่ส่ายหัว นางจับตัวจวิ้นหวังเฟย “ไม่ใช่เจ้าค่ะ! ท่านแม่ เปี่ยวเกออยู่ที่นั่น ลูกได้ยินเสียงหินถล่มจึงวิ่งกลับมาขอความช่วยเหลือ ผู้ใดจะรู้ว่าวิ่งไปได้ครึ่งทางจะเกิดไฟไหม้…ท่านแม่ รีบส่งคนไปช่วยเปี่ยวเกอเถอะเจ้าค่ะ!”
ตอนนี้หินถล่มลงมาที่หุบเขา อันเซียงเสี้ยนจู่วิ่งกลับไปเพื่อรายงานหาคนมาช่วยเปี่ยวเกอ ผู้ใดจะรู้พอไปได้ครึ่งทางก็เห็นว่าที่นั่นเกิดไฟลุกขึ้น นางก็ตกใจจนหกล้ม ตนเองจึงมีสภาพกระเซอะกระเซิงเช่นนี้
นางเล่าเรื่องต่อไปเรื่อยๆ จวิ้นหวังเฟยตกใจ
“เร็ว! รีบไปเรียกท่านอ๋อง….” หมิงเฉิงหมุนตัวเดินออกไป สีหน้าของเขาดูไม่ได้เป็นอย่างมาก อาเซียงยังปลอดภัยแค่อยู่ที่นั่นเพื่อดูสถานกา