ร็วเข้า!”
แล้วหันไปพูดกับหมิงเวย “ข้าจะลงไปก่อน ท่านรอให้ข้าเรียกถึงกระโดดลงไปได้ เข้าใจหรือไม่”
เวลานี้หมิงเวยไม่ค้านอะไรเขาอยู่แล้ว นางพยักหน้า “ได้เจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นหยางชูกระโดดลงไป นางก็ถอนหายใจเบาๆ
คนผู้นี้ดูเหมือนจะเยาะเย้ยถากถางโลกอย่างไรอย่างนั้น แต่ที่จริงแล้วเขาแค่ปกปิดตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ไม่ให้เผยช่องโหว่ แม้นางจะกระชากหน้ากากอันสง่างามของเขาออก แต่นางก็ไม่แน่ใจว่าคนที่มีสัตว์ร้ายอยู่ในใจอย่างเขานั้นคือเขาตัวจริงหรือเปล่า
ท่องไปทั่วหล้ามาหลายปีนางไม่เคยเห็นผู้ใดซับซ้อนเช่นนี้มานานแล้ว
แม้อายุเขาจะไม่มาก แต่ผ่านประสบการณ์เช่นใดมากันถึงได้กลายเป็นคนเช่นนี้ได้
เสียงของหยางชูดังมาจากด้านล่าง “ท่านลงมาได้”
หมิงเวยหัวเราะเมื่อได้ยิน ไม่ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาจะเป็นเช่นไร แต่อย่างน้อยเขาก็มีความเมตตาอยู่ในใจ ไม่เช่นนั้นสิ่งแรกที่เขาควรทำกับผู้ที่เห็นความลับของเขา คือนางควรถูกปิดปากแล้วเสียด้วยซ้ำ
เมื่อคิดเช่นนั้นนางก็กระโดดลงไป เป็นการตกลงมาที่ไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ หยางชูพยุงนางก่อนจะปล่อยให้นางล้มลงกับพื้นอีก
หมิงเวยสูดลมหายใจ “ที่นี่ไม่มีหยินชี่ ไม่ใช่สุสาน”
หยางชูพยักหน้าคิดว่านางมองไม่เห็นจึงพูดออกไป “อืม ที่นี่มีทางเดิน มีอากาศบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นพวกเราไม่ตายแน่”
“เอ๋” นางเอียงหัวแล้วคิด “แปลก…เหตุใดที่นี่ถึงมีทางเดิน!”
หยางชูยังคงเงียบพลางหยิบไข่มุกราตรีออกมาจากกระเป๋า