วกเขาถึงได้รับคำดุด่ามากมาย ไร้ความสามารถบ้าง เป็นหมาหวงก้างแต่ไม่ยอมทำงานบ้าง กลัวอำนาจบ้าง
หึ! เจี่ยงชิงเทียนคนดีผู้นี้ใช้ชื่อเสียงของพวกเขาเป็นฐานที่จะเหยียบก้าวไปข้างหน้า
แต่ไม่เป็นไร ส่งเขากลับไปได้โดยดี ยอมเป็นเต่าสักเดือนจะเป็นอันใดกัน?
พอเจี่ยงเหวินเฟิงจากไปพวกเขาก็จะประสบความสำเร็จ
บนเวทีกำลังแสดงตอนพระพุทธเจ้าสละเนื้อช่วยนก เจ้าอาวาสของวัดเป่าหลิงเป็นคนพูดคล่องโน้มน้าวจิตใจเก่ง หาหัวข้อคุยง่าย เขาพูดคุยกับเจี่ยงเหวินเฟิงโดยมีท่านเจ้าเมืองอู๋ และเจ้าหน้าที่คนอื่นพูดแทรกเป็นครั้งคราว
บรรยากาศค่อนข้างกลมกลืนทีเดียว
ในเวลานั้นเองก็มีสาวใช้จากจวนจวิ้นอ๋องเดินเข้ามา นางคำนับฉีตงจวิ้นอ๋องและกล่าวว่า “หวังเฟยเชิญจวิ้นอ๋องไปพูดคุยเจ้าค่ะ”
ฉีตงจวิ้นอ๋องทำท่าทางเหมือนหมดหนทาง เขาประสานมือคำนับเจี่ยงเหวินเฟิง
“มีภรรยาดุ ช่างน่าหัวเราะเยาะจริง” แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมา และส่งฉีตงจวิ้นอ๋องจากไป
ฉีตงจวิ้นอ๋องออกจากห้องโถงและเข้าไปในวิหารแห่งหนึ่ง ผู้ที่รอเขาอยู่ในวิหารไม่ใช่หวังเฟย แต่เป็นนายท่านสี่
หรือก็คือ นายท่านสาม นั่นเอง
สาวใช้นำน้ำชามาให้ ฉีตงจวิ้นอ๋องที่เมื่อครู่ดื่มชาจนรู้สึกคลื่นไส้อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และโบกมือให้พวกเขาเอาออกไป
“หายากมากที่ท่านจะออกมาข้างนอก” เขาพูด
นายท่านสามยิ้ม “ข้าน้อยเป็นคนที่ตายไปแล้วคงไม่ดีหากจะออกมาข้างนอก หากเป็นเรื่องสำคัญของท่านอ๋อง ข้าน้อยต้องระว