ังตัวมากกว่าเดิม”
ฉีตงจวิ้นอ๋องยิ้ม “สำหรับเรื่องนี้เปิ่นหวางจะจดจำไว้แน่นอน แม้ท่านจะไม่ได้อยู่ข้างกายเปิ่นหวาง แต่ใจที่กล้าหาญนี้อยู่กับเปิ่นหวางเสมอ”
นายท่านสามยอมเสี่ยงออกจากเรือนมาไม่ใช่เพื่อฟังคำชมจากฉีตงจวิ้นอ๋อง เขาเข้าประเด็น “การเดินทางมาที่นี่เป็นกลลวง พวกเขาสองคนนัดพบส่วนตัว แต่จริงๆ แล้วเป็นการแอบเล็ดลอดหนีไปอย่างแยบยล ที่หินเทพธิดาทิ้งไว้เพียงสาวใช้ ส่วนเจ้านายนั้นหายตัวไป”
ฉีตงจวิ้นอ๋องเลิกคิ้ว
“ตั้งแต่พวกเขามาที่ตงหนิงก็เริ่มแสดงละคร” นายท่านสามกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ต่อหน้าแกล้งทำเป็นไม่ถูกกันก็เพื่อให้พวกเราเห็นร่องรอยจนไม่สามารถค้นหาความจริงได้ เจี่ยงเหวินเฟิงดึงดูดความสนใจของเราในด้านสว่าง ส่วนคนที่ถือกระบี่อยู่จริงๆ นั่นคือคุณชายหยาง!
ดูเหมือนว่าเจี่ยงเหวินเฟิงกำลังได้รับชื่อเสียง แต่ที่จริงแล้วคุณชายหยางกำลังเตรียมการโจมตี ท่านอ๋อง สถานการณ์ในตอนนี้วิกฤตมาก หากของสิ่งนั้นถูกพวกเขาพบเข้าแล้วก็มีเหตุผลที่จะลงมือกับพวกเราได้”
ฉีตงจวิ้นอ๋องคิด “สิ่งนั้นดูผิวเผินไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเปิ่นหวาง ถึงจะหาพบ แต่ก็ไม่สามารถทำอันใดเปิ่นหวางได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
นายท่านสามส่ายหน้า “หากของสิ่งนั้นตกไปอยู่ในมือของพวกเขา พวกเขาก็หาเหตุผลที่จะลงมือกับท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากสูญเสียมันไปเรื่องสำคัญของท่านอ๋อง เกรงว่าจะไม่มีโอกาสแล้ว”
ฉีตงจวิ้นอ๋องเดินไปเดินมาภายในห้องแล้วถามว่า