่ได้เป็นอะไรกันหรอก”
“ไม่เป็นอะไรกันแต่เปี่ยวเกอส่งของมาให้ทุกวันน่ะหรือ” อันเซียงเสี้ยนจู่ไม่เชื่อ “เกรงว่าเจ้าจะยังจมอยู่ในความมืดอยู่”
“ไม่ใช่!” หมิงเซียงแก้ต่างให้พี่สาว “คุณชายหยางส่งของมาให้ก็เป็นเรื่องของเขา มันเกี่ยวอันใดกับพี่เจ็ดด้วย พวกเขาพบกันครั้งนั้น แค่พูดกันประโยคเดียวยังไม่ได้พูดเลย!”
“พวกเขาพบกันเป็นการส่วนตัว เจ้าไม่รู้หรือ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ!” อันเซียงเสี้ยนจู่พูดจบเห็นว่าสีหน้าของหมิงเซียงไม่ค่อยดีก็อึดอัด จึงพูดไปว่า “เอาล่ะ ข้าไม่พูดถึงนางแล้ว นางเป็นพี่สาวของเจ้าถือว่าเห็นแก่หน้าเจ้าละกัน”
หมิงเซียงเริ่มยิ้มออก “ขอบคุณเสี้ยนจู่เจ้าค่ะ”
อันเซียงเสี้ยนจู่ตบไหล่นาง “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าเสี้ยนจู่ จะพิธีรีตองกับข้าทำไมกัน”
ทั้งสองคุยกันตลอดทางจนถึงสระปล่อยปลา เดินไปได้ครึ่งทางหางตาของหมิงเซียงก็เห็นเงาหนึ่งแล้วก็ตกตะลึง
อันเซียงเสี้ยนจู่มองตามสายตานาง “อา…นั่นพี่เจ็ดของเจ้าหรือเปล่า นางจะไปที่ใดกัน”
หมิงเซียงส่ายหน้า
“น่าแปลก ทางเดินเขาที่นี่ชันมาก ไม่เห็นมีอันใดน่าสนุกเลย…”
ในขณะที่พึมพำอยู่อันเซียงเสี้ยนจู่ก็ตกใจ และดึงแขนเสื้อของหมิงเซียง
“เจ้าดูนั่น นั่นเปี่ยวเกอไม่ใช่หรือ” หมิงเซียงมองตามและเห็นว่าเป็นคุณชายหยางจริงๆ
เขาเป็นคนที่เด่นสง่ามีราศีสามารถจดจำได้ง่ายแม้ว่าเขาจะถูกโยนเข้าไปในฝูงชนก็ตาม
“เปี่ยวเกอกับพี่เจ็ดของเจ้าเดินไปทางเดี