้วยฮูหยินสอง และฮูหยินสี่ หมิงฮ่าว หมิงเซียง หมิงคุนก็อยู่ด้วย
หมิงเซียงดูเฉื่อยชา หมิงฮ่าวเองก็ดูไม่มีชีวิตชีวา เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในเรือนมากเกินไป พวกเด็กๆ จึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเห็นว่าหมิงเวยมาถึงแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าจึงพูดขึ้นว่า “มากันครบแล้วก็ไปกันเถอะ สายเพียงนี้แล้วพิธีกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว” ทุกคนตอบรับแล้วตามฮูหยินผู้เฒ่าไปที่ห้องโถง
หมิงเวยเดินอยู่ข้างกายฮูหยินสอง ฮูหยินสองบอกให้ตนคารวะ ตนก็คารวะ ให้ตนเรียกคนตนก็เรียก นอกเหนือจากนี้นางไม่พูดอันใดออกมาแม้แต่ประโยคเดียว
ถึงอย่างนั้นสายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่หมิงเวย อีกทั้งยังมีเสียงกระซิบกระซาบ ทำให้รู้สึกเหมือนมีหนามแหลมคมอยู่ด้านหลัง
หลังจากชมพิธีอย่างสงบมาโดยตลอด บริจาคน้ำมันงา และเงินเรียบร้อยแล้ว หมิงเวยก็บอกกับฮูหยินสอง
“หลานอยากไปไหว้สักการะหินเทพธิดา”
หินเทพธิดาเป็นทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงของเขาซิ่วเฟิง ว่ากันว่ามีเทวดาลงมาจุติเพื่อสยบอสูร สุดท้ายก็กลายเป็นหินเพื่อปราบปรามวิญญาณร้าย
วัดเป่าหลิงมีการตั้งศาลเจ้าตรงจุดนั้น และผู้คนมักเดินทางมาสักการะ เพียงแต่ทางเดินเขานั้นสูงชัน และค่อนข้างห่างไกล
ฮูหยินสองเลิกคิ้ว “ที่นั่นชันเกินไป หากหลานคิดจะอธิษฐานให้มารดาทำที่วัดก็ได้เหมือนกัน”
เรื่องที่เกิดขึ้นตรงทางเดินเขาทำไมฮูหยินสองจะไม่รู้กัน รถม้าของนางอยู่ด้านหน้าของหมิงเวย ภาพหยางชูหยุดคุยกับนางนั้น