ผู้คนต่างเห็นกันหมดแล้ว ไม่ต้องพูดถึงคนในครอบครัวเลย
หมิงเวยตอบ “หลานตั้งจิตอธิษฐาน อยากสักการะพระพุทธองค์ คงไม่ดีหากพลาดที่นั่นไปเจ้าค่ะ”
ฮูหยินสองมองนางด้วยความผิดหวัง “หลานไม่ฟังคำแนะนำของป้าสองเลยหรือ”
หมิงเวยกล่าวขอโทษ “ท่านป้าสองดูแลหลานด้วยความรัก หลานขอบคุณท่านป้าจากใจ แต่หลานจำเป็นต้องไปที่นั่นเจ้าค่ะ”
หลายวันมานี้ฮูหยินสองไม่รู้ว่าตนทะเลาะกับนายท่านสองมากี่ครั้งแล้ว เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้แล้วก็รู้สึกเหมือนมีน้ำใจให้อาหารสุนัข อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรำคาญ
“หากหลานอยากไปก็ไปเถอะ!” ฮูหยินสองรู้สึกท้อแท้ “แล้วอย่าเสียใจในภายหลังล่ะ”
หมิงเวยก้มหัวคำนับนาง “ขอบคุณท่านป้าสองที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ” จากนั้นนางก็หันหลังกลับมาและเดินจากไปอย่างมั่นคง
ฮูหยินสองทั้งผิดหวังทั้งโกรธ นางพูดกับแม่นมหู “เหตุใดนางถึงไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี! ติดตามคุณชายหยางผู้นั้นมีอะไรดีกัน ข้าไม่อยากให้นางเป็นอนุ แต่นางกลับรีบไปเสียได้!”
แม่นมหูปลอบใจ “ความหลงในวัยเยาว์ คุณหนูเจ็ดยังเด็กนัก”
ฮูหยินสองยังโกรธอยู่ “หากเป็นเช่นนี้ มารดาของนางยังนอนอยู่ในห้องเซ่นไหว้ผู้ตายอยู่เลย! พิธีศพมารดาเพิ่งจัดไปยังไม่ทันได้ฝังเลยด้วยซ้ำ แต่นางกลับรีบไปพบบุรุษ! แม่นม ท่านบอกข้าหน่อยที่ข้าพยายามอย่างหนักเพื่อนางไม่มีค่าอันใดเลยหรือ”
ฮูหยินสองโกรธจนน้ำตาไหล ทางด้านหมิงเวยก็เดินไปยังหินเทพธิดาอย่างช้าๆ
ทางเดินไปยังหินเทพธิดานั้นม