อาหว่านก็ได้กลับไปอยู่ข้างกายหยางชู แน่นอนว่าตอนนั้นหากนางอยากมองก็ได้มอง
……
ขบวนรถม้าของจวิ้นอ๋องตามหลังหยางชู รถม้าของตระกูลหมิงหลบไปด้านข้าง เปิดทางให้พวกเขาผ่านไปก่อน รถม้าของจวิ้นหวังเฟยขับผ่านในขณะที่ฟังบทสนทนานี้โดยไม่พลาดสักคำ
อันเซียงเสี้ยนจู่ที่นั่งข้างกายจวิ้นหวังเฟยพูดอย่างรำคาญ “คุณหนูเจ็ดผู้นี้ช่างไร้ยางอาย! เป็นคุณหนูอยู่แต่ในเรือนแต่กลับพูดจาเช่นนี้ ข้าเห็นว่าอาเซียงไม่เลวเลย แต่เหตุใดพี่สาวของนางถึงเป็นเช่นนี้ได้!”
จินหลินเสี้ยนจู่ยกยิ้ม “ถึงพวกนางจะเป็นพี่น้องกัน แต่ก็มีนิสัยต่างกัน อาเซียงดีหรือไม่ดี คุณหนูเจ็ดดีหรือไม่ดีก็ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว พวกนางเป็นพี่น้องกันแต่ก็ไม่ได้สนิทกันนี่”
อันเซียงเสี้ยนจู่คิด “ก็จริง เดิมทีคุณหนูเจ็ดเป็นคนโง่ถึงจะหายดีแล้วแต่ก็ไม่เหมือนคนธรรมดาปกติ” แต่นางก็ยังรู้สึกโกรธ
“เหตุใดท่านพี่ถึงได้พอใจในตัวนางกันนะ นอกจากใบหน้านั้นแล้วยังมีอะไรดีอีก!”
จินหลินเสี้ยนจู่ถอนหายใจ “มีใบหน้างดงามนั่นไม่ง่ายเลย บุรุษในใต้หล้าล้วนแสวงหาความงามราวกับดอกไม้ทุกคนกระมัง”
พูดถึงเรื่องนี้นางก็ถูกจวิ้นหวังเฟยจิ้มหน้าผาก “เจ้าพูดอันใดกัน ถึงคุณหนูเจ็ดจะดูไม่เข้าท่าแต่พวกเจ้าก็ไม่ควรคิดไปถึงเรื่องนั้น!”
คนรอบข้างไม่ได้ยินประโยคนี้ แต่มีกี่คนที่เห็นพวกนางสนทนากัน
ก่อนหน้านี้มีแม่นางจากตระกูลหลีเป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว หลายวันมานี้ไม่มีใครกล้าไปยั่วย