พวกเราเป็นสาวใช้ล่ะ!” ฟางเอ๋อร์ไม่ได้โกรธนางมองเข้าไปในห้องแล้วเลิกคิ้ว “แม่นางอาหว่านผู้นั้นดูอารมณ์ไม่ค่อยดีไม่รู้ว่ากับคุณหนูเป็นเช่นนี้ด้วยหรือไม่ น่ากังวลใจเสียจริง”
ภายในห้องหมิงเวยเพิ่งตื่นจากการงีบหลับยังไม่ทันได้จับผมก็หาวออกมาเสียก่อน
“เป็นอันใด เจ้าโกรธอันใดมางั้นหรือ”
อาหว่านมองไปที่ชามน้ำแกงปลาที่ยังอยู่ในกล่องอาหารแล้วหัวเราะเยาะ
“ข้าไม่ระวังเพียงแค่ครู่เดียวก็มีผู้เข้ามาลองของเสียแล้ว สุดยอดไปเลยใช่หรือไม่”
หมิงเวยพูดอย่างเกียจคร้าน “เจ้าเองก็สุดยอด เฝ้าประตูอย่างแน่นหนามาก”
ตอนแรกอาหว่านไม่รู้สึกอันใดเลย แต่เมื่อลองคิดดูอีกทีนางจึงถามออกไป “ที่ท่านกล่าวมาจะสื่อถึงอันใดกันเจ้าคะ”
เฝ้าประตูสุดยอดอย่างไรกัน
หมิงเวยโบกมือ “เจ้าเป็นแค่สตรีตัวเล็กผู้หนึ่งไม่จำเป็นต้องคิดเยอะเพียงนั้น ข้าแค่ชมเจ้า ไม่ต้องเข้าใจเป็นอย่างอื่นไปหรอก”
“จริงหรือ” อาหว่านสงสัยมาก ตั้งแต่มาที่ตระกูลหมิง นางรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนขี้สงสัยเป็นพิเศษ คนผู้นี้มักจะพูดด้วยท่าทางจริงจังถึงคิดจะด่าคนก็ไม่มีทางรับรู้ได้หรอก
“คราวหน้าขอให้คุณชายของเจ้าอย่าส่งของมั่วมาละกัน” หมิงเวยรับน้ำล้างปากมาจากตัวฝู “หากเฝ้าทางนี้ทางนั้นก็ยังมีโอกาส”
“ท่านอย่ามาไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี! คุณชายทำถึงเพียงนี้ก็เพื่อให้พวกเขาเชื่อ คุณชายกำลังปกป้องท่านอยู่นะเจ้าคะ!”
“เสแสร้งน้อยๆ หน่อย” หมิงเวยพูดแทงใจนาง “เขาทำเช่นนี้ก็เพื