่!”
หมิงเวยลืมตา “ท่านลุงสองอย่าพูดอะไรไร้สาระนะเจ้าคะ! บุรุษที่เข้ามาในสวนกลางดึกเช่นนี้ก็มีแต่ท่านลุงสองเท่านั้นแหละเจ้าค่ะ”
“เจ้าอย่ามาแกล้งโง่!” นายท่านสองหมดความอดทน
ตอนนี้เขาขี้เกียจทำตัวเสแสร้งต่อหน้าหมิงเวยต่อหน้าวิญญาณของฮูหยินสาม เขาเสียหน้ามาแล้วสองครั้งติดต่อกัน
อีกทั้งเย็นวันนี้ฮูหยินสองมาทะเลาะกับเขาครั้งใหญ่ยิ่งทำให้นายท่านสองรู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น พอเขาได้ยินว่ามีคนเข้ามาในสวนอวี๋ฟางจึงรีบมาที่นี่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เรื่องของเจ้ากับคุณชายหยาง มีผู้ใดไม่รู้บ้างกัน” นายท่านสองพูดอย่างเย็นชา
เขาไม่พูดถึงก็ดีไป แต่พอพูดถึงหมิงเวยก็หัวเราะ
“ท่านลุงสอง หลานกับคุณชายหยางมีเรื่องอันใดกันหรือ” นางถามเสียงนุ่ม
“เจ้ากับเขา…” นายท่านสองชะงัก
หากพูดถึงความสัมพันธ์ของนางกับหยางชูก็ต้องบอกว่าเหตุใดนางถึงได้ไปที่สวนซิ่นซึ่งเรื่องนี้ไม่สมควรที่จะพูดถึง
พอเห็นเขาเป็นเช่นนี้หมิงเวยจึงหุบยิ้มแล้วกล่าวอย่างเย็นชา “หากท่านลุงสองไม่พูดออกมาก็อย่ามาหาเรื่องให้หลานลำบากใจเลยเจ้าค่ะ!”
“เจ้า…” นายท่านสองโกรธ
“หลานทำไมหรือเจ้าคะ” หมิงเวยไม่ยอมถอยให้ “หากท่านลุงกล้าพูด หลานก็กล้ายอมรับ ท่านกล้าพูดหรือไม่เจ้าคะ”
“….” เห็นนางเป็นเช่นนี้แล้ว แววตาของหมิงเวยเยือกเย็น “ในเมื่อท่านไม่กล้าพูดก็ไปให้พ้นหน้าหลานเถอะเจ้าค่ะ!”
นางดูเป็นเด็กสาวน่ารักบอบบางแท้ๆ แต่กลิ่นอายของนางในตอนนี้กลับทำให้ผู้อื่นตกใจ