ู่มัน”
หยางชูประหลาดใจ “ของหายากเช่นนี้มาอยู่ในมือท่านได้อย่างไรกัน”
หมิงเวยตอบอย่างเฉยเมย “เป็นของที่ท่านแม่ให้ข้ามาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ นางบอกว่านายท่านสามเป็นคนให้มา”
ประโยคสั้นๆ ที่มีความลึกลับมากมาย
หยางชูโพล่งออกมาว่า “สะสมกำลังทหารงั้นหรือ!”
“ไม่น่าใช่…” หมิงเวยตอบ “แต่มั่นใจได้ว่ากุญแจที่คู่กับลูกกุญแจนี้จะต้องซ่อนบางอย่างที่สำคัญมากเอาไว้อยู่เป็นแน่”
…………
หมิงเฉิงรู้สึกเฉยชากับการฟังเสียงทะเลาะกันของบิดามารดาในห้อง
“ท่านมีสิทธิ์อะไรถึงได้คิดถึงนาง นางทนทุกข์มาทั้งชีวิตก็ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ท่านทำกับนางหรอกหรือ พี่ชายท่านแต่งงานกับนาง แต่ท่านไม่ต่อสู้เอง ท่านเลือกที่จะไม่สู้ตั้งแต่แรกแล้วตอนนี้ยังจะมามีท่าทางเช่นนี้อีกหรือ”
เสียงของฮูหยินสี่เกรี้ยวกราดราวกับว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ต่อหน้านายท่านสี่ นางกลายเป็นอีกคนที่อ่อนโยน และระมัดระวังมากเกินไปในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
“ท่านพูดมาสิ เหตุใดถึงไม่พูด ท่านไม่ได้โกรธหรือ ต่อว่าข้าสิ! ตีข้าสิ!”
แต่ท้ายที่สุดแล้วนายท่านสี่กลับตอบอย่างเย็นชากลับไปว่า “ข้าจะไม่เถียงกับเจ้า”
“หมิงชาง!”
แต่ฮูหยินสี่กลับต้องการเถียงกับเขานางตะโกนเสียงแหบเสียงแห้ง “ท่านมันขี้ขลาด! ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าท่านกำลังคิดอันใดอยู่ ท่านคิดว่าถึงแม้จะเป็นแฝดกัน แต่ท่านกลับด้อยจากพี่ชายมากมีแต่เขาที่เหมาะสมกับนาง ท่านไม่เหมาะสม!”
“ใช่! ท่านจะเทียบกับเขาได้อย่างไร