้าตาเหมือนกันกับนายท่านสี่ แต่มีชี่ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ทันใดนั้นก็มีบางอย่างแวบเข้ามาในหัวของนาง
“นายท่านสาม”
“ว่าอันใดนะ” หมิงเวยเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา ใบหน้าขาวเนียนของนางซีดเผือด นางมองไปที่คนทั้งสองแล้วถามย้ำทีละคำ “ถ้า…ข้าหมายถึง ถ้าเกิดว่านายท่านสามยังมีชีวิตอยู่…”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เป็นการคาดเดาที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก
แต่ก็ดูเหมือนว่า…
ผ่านไปไม่นานเจี่ยงเหวินเฟิงพูดเสียงเบาว่า “หากเป็นเช่นนั้นเหตุใดเกิงซานถึงมาที่ตงหนิงก็เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล”
หยางชูพึมพำ “ฮูหยินสามเสียชีวิตได้อย่างไรก็มีเหตุผลเช่นกัน”
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่อยากเชื่อ…เพราะว่ามันน่ากลัวเกินไป
………..
หมิงเฉิงรู้สึกหดหู่ เขาเดินไปที่ลานหลักช้าๆ
เขาเดินทางกลับมาเมื่อปลายปีที่แล้ว เดิมทีเขาต้องกลับเมืองหลวงหลังปีใหม่ ผู้ใดจะรู้ว่าเขาอยู่ไปอยู่มาเวลาก็ผ่านไปถึงเพียงนี้แล้ว
ตอนนี้เป็นเรื่องยากที่เขาจะออกจากเรือน เพราะว่าท่านแม่ป่วย
ตอนนี้เป็นเวลาพักกลางวันบริเวณลานจึงเงียบสงบ เหล่าสาวใช้ไม่ได้อยู่ที่นี่ คงไปพักผ่อนกันอยู่ หมิงเฉิงยืนอยู่ตรงทางเดินในเรือน เขาถูหน้าผากพลางคิดว่าจะเข้าไปพูดอันใดกับท่านแม่ของเขาดี
ทันใดนั้นก็มีการเคลื่อนไหวในห้อง และจากนั้นเสียงของฮูหยินสี่ก็ดังขึ้น
“ท่านจะไปที่ใดหรือ”
เอ๋ ใครอยู่ด้านในกัน
แล้วเขาก็ได้ยินเสียงของนายท่านสี่ “ห้องหนังสือ”
ก่อนที่หมิงเฉิงจะมีเวลาคิดเรื่องใดๆ เข