องเดาดูสิ”
อาหว่านขมวดคิ้วนางมองอยู่สักพัก “ขลุ่ยผิว[1]งั้นหรือ”
“ขลุ่ยเป่า[2]น่ะ” หมิงเวยตอบ “ขวางเป่าตี๋จื่อ ตั้งเป่าเซียว”
อาหว่านตอบในใจนางไม่ใช่ไม่รู้เรื่องนี้เพียงแต่เห็นแม่นางหมิงเจาะไปไม่กี่รูก็เลยมองไม่ออกก็เท่านั้น
นางนึกถึงคำพูดของคุณชายได้ เรื่องในคืนนั้น…
“ท่านคุ้นชินกับการใช้ขลุ่ยควบคุมวิญญาณเร่ร่อนหรือ”
“พูดให้ถูกก็คือ นำทางวิญญาณ” หมิงเวยแก้ไขคำพูดของนางอย่างจริงจัง
อาหว่านไม่เข้าใจ “มันต่างกันด้วยหรือ”
“ต่างกันสิ ภาระหน้าที่ของปรมาจารย์แห่งชีวิตคือการกวาดล้างสิ่งชั่วร้ายให้หายไปจากใต้หล้า ในสถานการณ์ปกติแล้วก็คือการส่งวิญญาณไปสู่สุขคติเพราะฉะนั้นมันไม่ใช่การควบคุมแต่เป็นการปลดปล่อย”
ยามที่นางกล่าวประโยคนี้ออกมานางดูมีความศรัทธาเป็นอย่างมาก
อาหว่านไม่ค่อยเข้าใจนัก เป็นเพราะนางติดตามคุณชายหยางตอนอายุหกขวบ เมื่ออายุสิบปีนางก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ทั้งพิณกู่ฉิน หมากล้อม พู่กันจีน ภาพวาดจีน การแพทย์ วรยุทธ์ แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนใช้พรสวรรค์ในการเรียนรู้
นางเรียนวรยุทธ์ไม่ใช่เพื่อเป็นที่หนึ่งในใต้หล้าหรือเพื่อค้นหาความลับของวรยุทธ์
นางเรียนการแพทย์ไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือเพื่อช่วยเหลือสรรพสิ่งบนโลก นางก็แค่ศึกษาวรยุทธ์เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคุณชาย ศึกษาการแพทย์เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือคุณชายในหลายๆ เรื่อง
แต่หมิงเวยไม่เป็นเช่นนั้น…นางเรียนเคล็ดวิชาเพราะมีความ