น!
เขาพูดกับนายท่านสอง “ในเมื่อฮูหยินสามไม่ยอมจากไปให้ข้าน้อยลองคุยกับนางดูดีไหมขอรับ”
สีหน้าของนายท่านสองผ่อนคลายลงเล็กน้อย “อืม…”
ซินแสเนตรหยินหยางหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็เดินไปนั่งลงที่หน้าโลงศพ แต้มเลือดที่เหลืออยู่ไปที่หว่างคิ้ว ฝ่ามือ และอวัยวะสำคัญอื่นๆ เพื่อผนึกหยางชี่ของเขา
เมื่อหยางชี่หยุดนิ่งทำให้ความรู้สึกแปลกๆ บนโลงศพนั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้นซินแสเนตรหยินหยางเงยหน้าขึ้นหันไปทางโลงศพ และเอ่ยถามอย่างใจเย็น
“ฮูหยินสาม ท่านมีความปรารถนาอันใดหรือ” นายท่านสองเห็นเขายิ้ม และพยักหน้าราวกับว่าเขากำลังฟังอยู่จริงๆ
นั่นทำให้เขารู้สึกกลัว แต่ก็รู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย
ที่เขากลัวก็คือกลัวว่าดวงวิญญาณของฮูหยินสามจะอยู่ที่นี่จริงๆ!
ที่เขาผ่อนคลายเพราะซินแสเนตรหยินหยางได้สนทนากับนางแล้ว แสดงว่าเรื่องนี้ก็สามารถแก้ไขได้เป็นอย่างดีใช่หรือไม่
เขาคิดฟุ้งซ่านอยู่สักพัก จากนั้นก็พบว่าซินแสเนตรหยินหยางไม่ได้ขยับตัวอยู่นานแล้ว เขาไม่แม้แต่จะพยักหน้าหรือพูดอันใดเลย
“เรียบร้อยดีหรือไม่” เขาถาม
พอไม่ได้รับการตอบสนองใดจากซินแสเขาก็รู้สึกร้อนใจเล็กน้อย “เจ้าทำอันใดอยู่ เร็วเข้าสิเวลาจะสายแล้ว”
ซินแสเนตรหยินหยางเงยหน้าขึ้นช้าๆ…นายท่านสองรู้สึกหนาวที่แผ่นหลัง
“ฮิๆ…” ซินแสเนตรหยินหยางแสยะยิ้ม!
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง “ผี!” ไม่รู้ว่าผู้ใดตะโกนขึ้นมาเด็กรับใช้ทั้งแปดคนตะเกียกตะกายกันวิ่งออกไป!
นายท่านสอง “….”
ที่