งบนฝ่ามือของนางเบาๆ อาหว่านรู้สึกได้ถึงความเย็นอย่างแปลกประหลาดที่วิ่งตามฝ่ามือแล้วเข้าสู่ร่างกายของนางไป
แล้วนางก็พบโลกที่แตกต่างออกไป เดิมทีจากโลกที่ชัดเจนก่อนหน้า แต่ในตอนนี้สายตาของอาหว่านดูเหมือนจะมีควันจางๆ ปกคลุม ทุกอย่างดูบิดเบี้ยวไปหมด
เสียงสวดมนต์ที่ดังมาจากด้านนอกราวกับอยู่ห่างไกลแสนไกล
คนสองสามคนที่ยืนอยู่หน้าโลงศพของฮูหยินสามดูเหมือนจะมีควันลอยกั้นราวกับภาพที่วาดด้วยหมึกจึงเห็นเป็นเส้นบางๆ ที่บิดไปมา
นั่นคืออันใดกัน..
อาหว่านครุ่นคิด ทันใดนั้นนางก็เห็นควันลอยเข้ามาจากด้านนอก ลอยตามแนวเถ้าธูปที่หมิงเวยวาดไว้ก่อนหน้านี้ ควันค่อยๆ มาถึงหน้าโลงศพจากนั้นก็ก่อตัวเป็นเงา
เมื่อเห็นใบหน้าอันซีดเซียวอาหว่านก็สะดุ้ง ยังไม่ทันที่นางจะกรีดร้อง หมิงเวยก็ปิดปากของนางเอาไว้แล้ว
“อย่ากลัว พวกเขาไม่ใช่วิญญาณร้าย ไม่ทำร้ายคน”
อาหว่านตอบในใจว่านางไม่ได้กลัว! นางมีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ รู้วิชาการแพทย์ เข้าใจกลยุทธ์ แค่ผีไม่กี่ตัวนางจะไปกลัวได้อย่างไร
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วนางก็ถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างเงียบๆ…ควันที่ลอยเข้ามาจากด้านนอกลอยมาตามแนวเถ้าธูปรวมตัวกันที่มุมทั้งสี่ของโลงศพ
โลงศพไม้มีขนาดไม่ใหญ่นักแล้วก็ไม่รู้ว่าผีพวกนี้ยืนได้อย่างไรกัน ทันใดนั้นพวกเขาก็คุกเข่าลงก้มหัวเหมือนกับทานอะไรบางอย่างอยู่
หรือจะเป็นหมั่นโถวพวกนั้น…ซินแสเนตรหยินหยางยังเดินวนรอบโลงศพ ปากเขาพึมพำ
กระดิ่งรวบ