ดอย่างเงียบๆ “จวิ้นอ๋องตัดเรื่องนี้ออกไปไม่พ้นหรอก เขาย่อมวิตกกังวลมากกว่าพวกเราเสียอีก”
…………
“เขาเป็นผู้ใดหรือ” หมิงเวยถาม “เขาคงเป็นคนที่สำคัญมากพอถึงขนาดที่พวกท่านต้องมาตามหาอย่างใหญ่โตเช่นนี้”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “คุณหนูเจ็ดรู้จักหวงเฉิงซือหรือไม่”
“รู้จักเจ้าค่ะ”
“เขาเป็นสายลับของหวงเฉิงซือ เขาเป็นคนติดตามคดีกบฏของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋อง”
หมิงเวยเข้าใจในทันที “เป็นอย่างนี้นี่เอง…”
เมื่อกล่าวถึงคดีกบฏของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋อง หมิงเวยในร่างก่อนได้เห็นการคาดเดามากมายในบันทึกพงศาวดาร
หลิ่วหยางจวิ้นอ๋องเป็นโอรสของจิ้นอ๋อง ย้อนกลับไปในตอนที่ไท่จื่อ ฉินอ๋องและจิ้นอ๋องต่อสู้เพื่อชิงบัลลังก์ ทั้งสามพระองค์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตลงในท้ายที่สุด
ไท่จื่อไม่มีทายาท ส่วนฉินอ๋อง และจิ้นอ๋องได้ทิ้งสายเลือดของพวกเขาเอาไว้โอรสของฉินอ๋องคือฉีตงจวิ้นอ๋อง ส่วนโอรสของจิ้นอ๋องก็คือหลิ่วหยางจวิ้นอ๋อง
เมื่อสิบปีก่อนเพราะการก่อกบฏของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องถูกเปิดเผยจึงต้องโทษถูกประหารทั้งครอบครัว
พงศาวดารมีการคาดเดาไปมากมาย นางคิดว่าฮ่องเต้เหวินตี้ไม่มั่นใจว่าพี่ชายของเขาจะทิ้งลูกหลานไว้หรือไม่จึงได้หาข้ออ้างเพื่อตัดรากถอนโคนเสียให้สิ้นซาก
หลังจากนั้นฉีตงจวิ้นอ๋องก็ถูดถอดยศ นักบันทึกพงศาวดารได้นำมายืนยันข้อสรุปนี้ ฟังจากที่เจี่ยงเหวินเฟิงเล่ามาแล้วดูเหมือนการกบฏของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องจะเป็นเรื่องจริง
“เหตุใดเขาถึ