ตอบรับเสียงใส แต่ในใจกลับแสยะยิ้มเย็นชา
ณ แท่นบูชาวิญญาณ
แท่นหินวงกลมขนาดมหึมาตั้งตระหง่าน แผ่รัศมีพลังงานอันอ่อนโยนออกมา อักขระโบราณบนพื้นผิวส่องแสงวาบวับเป็นจังหวะราวกับลมหายใจของอสูรบรรพกาล
เมื่อเย่เฉิงวางหินวิญญาณชุดแรกจำนวน 10 ก้อนลงในช่องรับพลังงาน
เสาแสงสว่างเจิดจ้าก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เรียกสายตาของนักศึกษาทุกคนในบริเวณนั้นให้หันมามองเป็นตาเดียว
การใช้แท่นบูชาวิญญาณไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นกันได้บ่อย ๆ แม้แต่ในมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋นที่เป็นแหล่งรวมหัวกะทิ
เพราะหินวิญญาณนั้นหายากยิ่งกว่าทองคำ
เฮ้ยดูนั่น มีคนเปิดใช้งานแท่นบูชา
เช้ด… เปิดมาก็จัดสิบครั้งรวดเลยเหรอ? รุ่นพี่บ้านรวยจากคณะไหนวะนั่น?
ไม่ใช่รุ่นพี่โว้ย ดูหน้าสิ นั่นมันเด็กปีหนึ่ง ฉันจำได้ เขาคือเย่เฉิง นักเรียนโควตาพิเศษ
เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ ความอิจฉาและความตื่นเต้นปะปนอยู่ในน้ำเสียงของผู้คน
เย่เฉิง? อ๋อ… นายน้อยสมาคมการค้าฮั่นไห่นั่นเอง
มิน่าล่ะ… ยักษ์ใหญ่ทางการค้าอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทรัพยากรแค่นี้คงเหมือนเศษเงินหลังตู้เย็น
คนรวยนี่มันดีจริง ๆ… เอาของหายากอย่างหินวิญญาณมาละลายเล่นแบบนี้ก็ได้
เย่เฉิงยืนฟังเสียงสรรเสริญเหล่านั้นด