ับว่าไม่เลว ได้เป็นเจ้าบ้านในอนาคตไม่ดีตรงไหนกัน หากท่านคิดทำเพื่อลูกจริง คงไม่ทำให้ต้าเจียเอ๋อร์ลูกสาวเราต้องลำบากเช่นนี้แต่แรกหรอก!”
พูดถึงเรื่องนี้ฮูหยินสองก็น้ำตาคลอเบ้า
เรื่องนี้อีกแล้ว!
นายท่านสองไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกผิด แต่ยังรู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งขึ้น พูดเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา แม้ในตอนแรกเรื่องนี้จะเป็นความผิดของเขา แต่ผ่านไปนานแล้วความรู้สึกละอายใจของเขาก็หายไปหมดแล้ว
“เรื่องของลูกสาวเรา ข้าเต็มใจงั้นหรือ” นายท่านสองหงุดหงิด “ข้าบอกท่านกี่รอบแล้ว เช่นนี้เป็นการดีที่สุดสำหรับลูกเราแล้ว! เราไม่สามารถทำให้เรื่องวุ่นวายได้ ไม่เช่นนั้นแม้แต่ส่งนางออกเรือนที่แดนไกลก็ไม่สามารถทำได้!”
ดวงตาของฮูหยินสองแดงระเรื่อ “ผู้ใดบอกให้ลูกออกเรือนไปแดนไกลกัน ลูกลำบากเช่นนั้น ท่านในฐานะบิดาไม่คิดที่จะแสวงหาความยุติธรรมให้ลูกเลยหรือ ท่านยังเหมาะสมที่จะเป็นบิดาอยู่อีกหรือไร”
นายท่านสองเดือดจัดจนแทบจะทะเลาะกับฮูหยินสอง ในตอนนั้นเองก็มีสาวใช้เดินเข้ามาขอคำแนะนำจากฮูหยินสอง นายท่านสองจึงจำต้องระงับอารมณ์ของเขาไว้แล้วพูดว่า “ทางนี้ท่านสั่งให้คนดูแลรับใช้ให้ดีๆ พวกเขาต้องการอันใดก็จัดหาให้ซะ พวกเขาเป็นหน่วยลาดตระเวน อย่าทำให้พวกเขาไม่พอใจล่ะ”
แล้วเขาก็เดินจากไปฮูหยินสองมองเขาเดินจากไปอย่างไม่แยแสแล้วหัวเราะเยาะในใจ
นางรู้ว่าเขาจะไปที่ใด คงเป็นเรือนแปลกประหลาดนั่นอีกแล้ว
สิบปีแล้วนอกจากแม่เฒ่าหม่าก็ไม่มีใคร