”
หยางชูไม่ได้บอกสถานะพิเศษของหมิงเวย เจี่ยงเหวินเฟิงจึงมองนางเป็นสตรีตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งที่เพิ่งพบเจอกัน
เจี่ยงเหวินเฟิงเลิกคิ้ว “หากเป็นเช่นนั้นข้าเกรงว่านางจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเสียแล้ว สตรีตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งที่ยังไม่ทันได้ออกเรือนก็สูญเสียบิดามารดาแล้ว อีกทั้งบรรดาญาติของนางก็สามารถกำหนดอนาคตของนางได้ ท่านแม่ของนางอาศัยอยู่ในเรือนที่อยู่ห่างออกไป หากสาเหตุการตายไม่ปกติ อาจเกี่ยวข้องกับคนตระกูลหมิงก็เป็นได้ หากนางลองบอกญาติฝั่งแม่ของนางอาจได้รับการช่วยเหลือ”
เหลยหงยิ้ม “ใต้เท้ารำพึงฟ้าเวทนาคน[1]อีกแล้ว หากการตายของมารดาคุณหนูเจ็ดมีสาเหตุอื่นจริง นางจะยอมสงบปากสงบคำและจากไปได้อย่างไร เช่นนั้นนางก็คงไม่ใช่คนแล้ว”
เจี่ยงเหวินเฟิงจิบน้ำชาที่เริ่มเย็นแล้วยิ้ม “เจ้านี่นะ เกลียดความชั่วร้ายประหนึ่งเป็นศัตรูจนแทบอยากจะให้โลกเปลี่ยนจากดำเป็นขาว แยกความดีความชั่วออกจากกันไม่ไหวแล้ว แต่ว่ามันไม่ง่ายเพียงนั้นหรอก ในการพิจารณาคดีของเจ้าหน้าที่ในหลายปีที่ผ่านมานี้ ส่วนที่ยากที่สุดไม่ใช่คดี แต่เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือคดีต่างหาก”
“ในปีที่ข้ามีตำแหน่งเป็นนายอำเภอ เคยรับคดีที่บุตรสาวฟ้องร้องบิดาของตน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใด แต่นางก็พยายามเต็มที่เป็นอย่างมาก ตอนนั้นข้ายังเยาว์นัก เป็นผู้ที่แค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรมเช่นเจ้า และพิพากษากันไปตามตรง ผลคือถึงแม้เด็กสาวผู้นั้นจะชนะคดีความ แต่ไม่กี