่วันหลังจากนั้นนางก็กระโดดลงแม่น้ำฆ่าตัวตาย”
“ใต้เท้า…”
เจี่ยงเหวินเฟิงยกมือห้ามแล้วพูดต่อ “ข้าไม่ใช่ไม่อยากร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมให้นางหรอกนะ แต่ข้าไม่สามารถทำได้ หากข้าไม่ตัดสินคดีออกไปเช่นนั้นนางก็อาจจะรอดใช่หรือไม่”
เหลยหงได้ยินเขาพูดเช่นนั้นก็โกรธ “เหตุผลล้วนอยู่ตรงหน้าแท้ๆ เหตุใดผู้เคราะห์ร้ายต้องได้รับผลร้ายด้วย”
เจี่ยงเหวินเฟิงหัวเราะ “นั่นแหละคือปัญหา!” เขาวาดนิ้วบนขอบถ้วยพลางคิดอย่างเงียบๆ
เหลยหงพยายามคิด แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว “ใต้เท้า หากเป็นเช่นนี้ท่านไปที่นั่นสักครั้งดีหรือไม่ขอรับ หากสาเหตุการตายผิดปกติจริง ศพถูกวางไว้นานแล้ว เบาะแสคงเหลือน้อยเต็มที นอกจากนี้หากข้าเป็นนาง แม้ว่าจะมีผลร้ายอะไรก็จะไม่ยอมให้ท่านแม่ของตนตายอย่างไร้ความเป็นธรรมเป็นแน่ เรื่องใหญ่เช่นนี้…ขอให้นางไม่ทำเช่นเรื่องที่ท่านพูดมาก่อนหน้าก็คงจะเป็นการดี”
“เจ้าไม่ต้องรีบร้อน…” เจี่ยงเหวินเฟิงบอก “ข้าจำเป็นต้องไปอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องคิดหาวิธีที่จะให้นางพูดออกมาโดยไม่ทำให้แบกรับชื่อเสียงของบรรดาญาติเอาไว้”
…………
ยามดึก
หมิงเฉิงกลับมาจากการส่งแขก และเห็นหมิงเวยคุกเข่าอยู่ตรงที่เดิม
“เสี่ยวชี…”
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเขา “น้องเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปพักเสียหน่อยเถิด!” เขาบอก
“เดี๋ยวค่อยพักเจ้าค่ะ” วันนี้ทั้งวันนางยังไม่ได้พูดอันใด เสียงของนางจึงฟังดูแหบแห้ง
“ฟังพี่สี่นะ ถ้าน้องทำเช่นนี้ขาของน้องรับไม่ไหวแน่