อย่างไรบ้างแค่จะถามข้ายังไม่กล้า! ได้แต่หวังว่าท่านลุงของนางจะเห็นแก่ท่านแม่ของนางไม่สืบหาความจริงในเรื่องนี้”
นายท่านสองยอมรับผิด “เป็นความผิดของลูกเองขอรับ ท่านอย่าเพิ่งโกรธเลย” ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกท้อแท้ “ข้าแค่หวังว่าข้าจะตายในเร็ววันจะได้ไม่ต้องมาเห็นบ้านแตกสาแหรกขาด”
“ท่านแม่ขอรับ…”
ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือ “เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าออกไปเถอะ” แล้วนางก็หันหน้าหนี ไม่อยากคุยกับเขาต่อ
นายท่านสองลุกขึ้นโค้งกายแล้วรีบเดินออกไป
ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะเยาะตนเอง “ตกลงข้าเลี้ยงลูกๆ มาเป็นคนแบบใดกันแน่นะ”
……….
นายท่านสองกลับมาที่เรือนเล็ก แล้วคนสนิทของเขาก็รายงานว่า “แม่นางอาหว่านกลับไปแล้วขอรับ”
“ก่อนนางจากไปนางได้พูดอันใดหรือไม่”
“ไม่ได้พูดอันใดขอรับ”
“แล้วมีอันใดผิดปกติหรือไม่”
“ไม่มีขอรับ”
นายท่านสองพยักหน้า “เจ้าไปเถอะ”
“ขอรับ” เมื่อคนสนิทจากไป นายท่านสองจึงเดินเข้ามาในห้อง
ทุกคนในเรือนต่างคิดว่าที่นี่เป็นห้องหนังสือของเขา แต่ไม่มีผู้ใดทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นที่พักอาศัยของคนผู้หนึ่ง ทันทีที่เดินผ่านประตูเข้าไป เขาก็เห็นชายผู้นั้นนั่งหันหลังให้เขาอยู่หลังโต๊ะ
“ตกลงเสี่ยวชีเป็นอันใดหรือไม่” เขาถาม “ผ่านไปข้ามคืนถึงถูกส่งตัวกลับมา หรือว่าคุณชายหยาง…”
“ยังไม่รู้เลย” นายท่านสองตอบ “ตอนนี้อารมณ์ของเสี่ยวชีไม่มั่นคงเป็นอย่างมาก ข้าเลยไม่กล้าส่งคนไปสอบถาม”
ชายผู้นั้นพูดขึ้น “สั่งให้คนอื่นจับตามองนาง