” หมิงเวยตอบ “พูดเรื่องของท่านแม่ก่อนเถอะ”
แม่นมถงพยักหน้าทั้งน้ำตา “เมื่อคืนฮูหยินตื่นขึ้นมา พวกเราถึงได้รู้ว่าคุณหนูไปแทนฮูหยิน ฮูหยินเป็นกังวลมาก แต่ก็ไม่กล้าบอกให้ผู้ใดรู้จึงไปรอที่ห้องสักการะ ขอพรให้เสวียนหนี่เหนียงเหนียงคุ้มครองคุณหนู”
“ฮูหยินอยู่ในห้องสักการะจนกระทั่งยามสี่จึงสั่งให้ปิงซินกลับไปนอน บอกว่าถ้าตนง่วงจะกลับไปนอนเอง หลังจากนั้นก็ได้ยินข่าวลือแล้วฮูหยินหกก็สร้างปัญหาขึ้น ทุกคนก็เลยรู้”
“จนกระทั่งตอนสายคุณหนูยังไม่กลับมาสักที บ่าวใจร้อนมากจึงรีบไปที่ห้องสักการะ ฮูหยินก็…แขวนคออยู่บนขื่อแล้วเจ้าค่ะ!”
แม่นมถงร้องไห้อย่างขมขื่น
หมิงเวยหลับตา “ท่านแม่ได้ยินอันใดมา”
แม่นมถงอดกลั้นความเศร้าของตน “พอบ่าวพบว่าฮูหยินแขวนคอจึงเรียกปิงซินมาถาม บอกว่าเมื่อเช้ามีสาวใช้สองนางมาพูดเรื่องนี้ที่นอกห้องสักการะ”
หมิงเวยถามอีก “สาวใช้สองนางนั้นล่ะ”
“หาไม่พบเจ้าค่ะ” แม่นมถงเช็ดน้ำตา “พอดีวันนี้มีการปรับปรุงสวน เมื่อเช้าจึงมีคนเข้าสวนมากมาย ข่าวลือเลยแพร่กระจายมาอย่างรวดเร็ว”
หมิงเวยพยักหน้า “หมายความว่าตั้งแต่ยามสี่เป็นต้นไป ไม่มีผู้ใดเข้ามาคุยกับท่านแม่”
แม่นมถงจับใจความได้ถึงความหมายที่หมิงเวยต้องการสื่อจึงรีบถามออกไป “คุณหนูจะบอกว่า…”
หมิงเวยได้แต่ถาม “แม่นม ท่านแม่เป็นผู้ที่แม่นมเลี้ยงมาจนเติบใหญ่ แม้แม่นมจะเป็นสาวใช้ แต่ก็ถือว่าเป็นมารดาเลี้ยง เรียกได้ว่าแม่ลูกรู้ใจกัน ข้าถามท่าน