ท่านคิดว่าท่านแม่จะฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ”
แม่นมถงชะงัก
“เรื่องที่ท่านแม่พบเจอในหลายปีมานี้ ข้ารู้มาครึ่งหนึ่ง” นางกระซิบเสียงเบา “ถูกท่านอาหกรังแกซ้ำยังถูกท่านลุงบีบบังคับให้คบค้าสมาคมกับคนพวกนั้น เรื่องเช่นนี้นางยังไม่แสวงหาความตายเลย ตอนนี้ข้าหายดีแล้ว ท่านคิดว่าแค่ข่าวลือพวกนั้นจะทำให้นางร้องหาความตายได้หรือ”
แล้วแม่นมถงก็นึกขึ้นมาได้ “หลังจากที่คุณหนูหายดีแล้ว ฮูหยินคิดที่จะพาคุณหนูไปที่เมืองหลวงเพื่อมีชีวิตที่ดี เหตุใดจู่ๆ ถึงอยากตายขึ้นมาได้เล่า”
“ใช่ เหตุใดถึงได้กะทันหันเช่นนี้” หมิงเวยพูดอย่างเงียบๆ “หลายปีที่ผ่านมานี้ท่านแม่ทุกข์ทรมาน แต่ยังทนมาได้ ท่านแม่รอให้วันนี้มาถึงแล้วทำไมถึงแสวงหาความตายกัน”
“หรือว่า…” เป็นการคาดเดาที่น่ากลัวเกินไปจนแม่นมถงยืนต่อไปไม่ไหว
“นอกจากนี้ ท่านอาสะใภ้หกเป็นคนอย่างไร แม่นมคงรู้ดีกว่าข้า ได้ข่าวว่านางอ่อนแอมาก ท่านอาหกนางยังคุมไม่ไหว แม้แต่ในเรือนยังมีนางเล็กนางน้อยจนต้องให้ท่านย่าเข้ามาจัดการเป็นครั้งคราว ท่านอาสะใภ้หกในสภาพเช่นนั้น จู่ๆ จะวิ่งไปสร้างปัญหาให้กับท่านย่าได้อย่างไร”
แม่นมถงพูด “เรื่องนี้อาจ…ฮูหยินหกอาจจะโกรธไปชั่ววูบ”
“แน่นอน เช่นนั้นก็อาจเป็นไปได้” หมิงเวยพูดต่อ “ปัญหาก็ส่วนปัญหาแล้วเหตุใดข่าวลือถึงได้กระจายออกไปในคราวเดียวกันเล่า ตอนที่ท่านอาสะใภ้หกไปสร้างความเดือดร้อนกับท่านย่า ท่านย่าเองก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ควรกระพือออกไป