พูดออกไปว่า “เวลาท่านชื่นชมผู้อื่นรบกวนช่วยแสดงสีหน้าจริงใจสักหน่อยเถิด”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ นิ้วชี้ไปที่คำว่าชูอีกหน “แต่อภัยให้ข้าด้วยที่ต้องพูดตรงๆ ความหมายแฝงของคำนี้ไม่ค่อยดีเท่าใด”
“โอ้” รอยยิ้มของคุณชายหยางจางลงเล็กน้อย
“ชู (殊) หมายถึงความตาย ผู้ต้องโทษประหารชีวิตด้วยการแยกศีรษะออกจากร่าง จึงเรียกว่าต้องโทษด้วยการตัดหัว” หมิงเวยพูดเสียงเบา “คำคำนี้มีเจตนาสังหาร แฝงความหมายตายโหงไว้ ประกอบด้วยคำว่าไต่ (歹) และจู (朱) ไต่สื่อถึงกระดูก ส่วนจูสื่อถึงสีเลือด…”
นางเงยหน้าขึ้นมองคุณชายหยาง “ชื่อเป็นหลักฐานการมีตัวตนของมนุษย์ ถึงแม้ไม่สามารถแทนถึงโชคชะตา แต่ก็ส่งผลต่อโชคของคนผู้นั้นไม่มากก็น้อย ชื่อนี้ของคุณชาย ดูหดหู่เกินไปเกรงว่าจะไม่ตายอย่างสงบ”
“….” นิ้วของหมิงเวยเลื่อนไปชี้คำสี่คำที่อยู่ตรงกลางแล้วพูดช้าๆ “หักห้ามใจตน ทำตนให้เป็นมารยาท มีสัตว์ร้ายซ่อนอยู่ในตัวคุณชายเป็นแน่! แม้แต่ตนเองยังกลัวการมีอยู่ของมันทำได้แค่ยับยั้งตนเองเป็นครั้งคราวไม่ให้ทำร้ายผู้คน”
คุณชายหยางหัวเราะสั้นๆ “ตอนแรกที่ท่านพูดก็ดูมีเหตุผล แต่ตอนท้ายดูมั่วไปหน่อย บุรุษล้วนนำคำสอน เมตตานำ หักห้ามใจตน ทำตนให้เป็นมารยาทมาเป็นคติประจำใจ เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าทุกคนล้วนมีสัตว์ร้ายอยู่ในใจเหมือนกันอย่างนั้นหรือ”
หมิงเวยหัวเราะ นางไม่เถียงเขา “ถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุใดคุณชายถึงนำคำว่าชูเป็นชื่อเล่า ท่านเป็นลูกหลานในราชวงศ์ เ