เหลยหงอีกครั้ง “ขอบคุณใต้เท้ามากเจ้าค่ะที่ปกป้องข้าน้อย แต่ข้าน้อยอยู่ที่นี่เพื่อรับใช้ชนชั้นสูง ไม่ว่าคุณชายต้องการหรือไม่ต้องการข้าน้อย ข้าน้อยก็จะรับฟังคำสั่งเจ้าค่ะ”
เหลยหงคิดว่าตนเดาถูกและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เนื่องจากเป็นเจตนาของตระกูลหมิง เขาไม่สามารถเข้าไปยุ่งวุ่นวายได้
คุณชายได้ฟังเช่นนั้นก็ปรบมืออย่างชอบใจ “ข้าชอบที่เจ้าพูดมาเมื่อสักครู่ ในเมื่อเจ้าเข้าใจเป็นอย่างดี ข้าเองก็รู้สึกเห็นใจเจ้าไม่ว่าเจ้าจะแข่งแพ้หรือชนะ ข้าจะตบรางวัลให้”
หมิงเวยก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นเขิน “ขอบคุณคุณชายที่ให้ความเมตตาเจ้าค่ะ”
พอนางหันกลับไปแล้วก็ขบฟันแน่น ตอนแรกคิดจะทำให้สับสน แต่ก็ช่างมันแล้ว เพราะคุณชายหยางผู้นี้ได้สร้างปัญหาขึ้นแล้ว
ก็ดี ในเมื่อไม่ให้ไปคิดว่านางจะไม่สร้างปัญหาหรือไง หมิงเวยก้าวออกไปเพื่อเลือกเครื่องดนตรี เนื่องจากเครื่องดนตรีที่นางลองเล่นก่อนหน้านี้คือกู่ฉิน บ่าวรับใช้จึงยกมันขึ้นมา
หมิงเวยยื่นมือออกไปหยิบขลุ่ยเลาหนึ่งขึ้นมา สัมผัสรูขลุ่ยที่คุ้นเคย นางรู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย ตอนที่นางเรียนรู้ในช่วงแรกๆ ท่านอาจารย์ให้นางเลือกอาวุธ ซึ่งนางได้เลือกขลุ่ย
ท่านอาจารย์ได้มอบขลุ่ยที่ทำจากไม้ที่ถูกฟ้าฝ่าโดยฝีมือของท่านให้แก่นาง
ซึ่งขลุ่ยเลานั้นนางติดตัวไว้ไม่เคยห่างกาย
จนถึงตอนที่นางขึ้นเขาหมางซาน หมิงเวยเช็ดขลุ่ยอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงทดลองเสียงแล้วหันไปพูดกับเด็กรับใช้ “ข้าเลือกสิ