่งนี้”
นางกลับไปที่ลานแสดงแล้วโค้งให้กับนางระบำที่เป็นคู่ต่อสู้ของนาง ต่างคนต่างพูดบางอย่างเพื่อขอคำแนะนำ จากนั้นคนหนึ่งเริ่มเล่นอีกคนเริ่มเต้นรำ
สัญชาตญาณที่หลงเหลือจากความทรงจำนั้นทรงพลังมาก ทันทีที่นางเริ่มเป่า ก็มีเสียงเพลงบรรเลงลื่นไหลตามธรรมชาติ
เพลงที่คุ้นเคยทำให้นางรู้สึกราวกับย้อนกลับไปในอดีต ขลุ่ยในมือของนางนั้นใช้จิตวิญาณมากมายอีกทั้งยังปราบปรามสิ่งชั่วร้ายมานับไม่ถ้วน
เสียงขลุ่ยที่ส่งผ่านทำให้ภูติผีปีศาจเชื่อฟังคำสั่งยอมจำนนอยู่ใต้อำนาจ
………….
ซู่เจี๋ยเดินไปเดินมา นางรู้สึกไม่สบายใจ ชะเง้อมองเข้าไปด้านในเป็นครั้งคราว สาวใช้ที่อยู่กับนางรู้สึกเวียนหัวจนอดไม่ได้ที่จะพูดออกไป “ท่านพี่นางนั้น ช่วยนั่งรอด้วยเถิด!”
ซู่เจี๋ยตระหนักว่าตนกำลังรบกวนผู้อื่นจึงรีบขอโทษ “ขออภัยเจ้าค่ะ”
สาวใช้นางนั้นนั่งรอก็รู้สึกเบื่อเช่นกันจึงพูดกับนางไปว่า “ทำไมท่านต้องเป็นกังวลไปด้วยเล่า คุณชายหยางผู้นั้นเป็นคนใจกว้าง นี่เป็นงานที่ดีไม่ใช่หรือ!”
ซู่เจี๋ยยิ้มแข็งๆ หาเหตุผลตอบนางกลับ “คุณหนูของข้าออกมาเป็นครั้งแรก…”
“อย่างนี้นี่เอง” สาวใช้เล่าประสบการณ์ให้ซู่เจี๋ยฟังอย่างอ่อนโยน “ท่านพี่ไม่ต้องกังวลไปหรอก พวกนางคงไม่ออกมาเร็วขนาดนั้น คุณชายหยางเป็นคนรักสนุก จะไม่ปล่อยออกมาจนกว่าจะถึงยามสี่! แต่ท่านไม่ใช่คนที่ทำเรื่องอะไรแย่ๆ ก็แค่เล่นการละเล่นกันสักอย่าง หากถูกเอาเปรียบก็เป็นเรื่องดี อาชีพอย่างพวกเร