งพูด
“ไม่ใช่วิธีนี้จะดีที่สุด” เขาหมุนตัวกลับมาแล้วโยนหนังสือในมือลงบนโต๊ะ เขาถอนหายใจอย่างกังวล “ใจอ่อนเกินไปแล้วนางรู้ความลับมากมายของพวกเรา แต่เดิมไม่ควรปล่อยนางไป”
“ผู้ใดเป็นคนบอกว่าเสี่ยวชีหายดีแล้วล่ะ!” นายท่านสองนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา “จำเป็นต้องส่งเสี่ยวชีออกเรือน”
คนผู้นั้นไม่พูดอะไรต่อเขาเงียบไปโดยปริยาย นายท่านสองสังเกตเห็นหนังสือที่เขากำลังอ่านเขาหยิบมันขึ้นมาและพลิกดูสองสามครั้ง “วิชาเรียกวิญญาณ ท่านอ่านไปเพื่ออะไรกันกังวลว่าจิตวิญญาณของเสี่ยวชีไม่มั่นคงหรืออย่างไร”
อีกฝ่ายตอบ “ปกติเทพไม่สนใจทุกสิ่งที่เสวียนหนี่บอกว่าเก็บดวงวิญญาณของนางได้ ข้ารู้สึกแปลกๆ”
“นอกจากเรื่องนี้ก็ไม่มีคำอธิบายที่ดีไปกว่านี้แล้ว หลังจากที่นางตื่นขึ้นมา นางก็อยู่กับแม่ของนางทุกวัน ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดปกติไปมากกว่าการทำความเข้าใจเส้นทางการใช้วิชา น้องสี่เคยมาถามท่านไม่ใช่หรือ ท่านบอกว่าวิธีนั้นใช้ได้ผล ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ”
“ข้าหวังว่าตนเองจะคิดมากเกินไป” เขาถามอีกครั้ง “นางหายดีแล้วใช่หรือไม่”
“หายแล้ว” นายท่านสองตอบ “นางหายตกใจแล้ว สองวันมานี้นางเอาแต่เขียนยันต์อะไรสักอย่าง บอกว่าจะถวายแก่เสวียนหนี่เหนียงเหนียง”
“เขียนยันต์งั้นหรือ” เขาขมวดคิ้วแล้วพึมพำ “แม้แต่เขียนยันต์นางก็เข้าใจงั้นหรือ”
………….
รถม้าขับเข้ามาจอดที่สวนซิ่น ซู่เจี๋ยคอยประคองหมิงเวยลงจากรถ จากนั้นก็มีคนพาพวกนางเดินผ่านโถงทางเดินไปจนถ