ึงลานกว้าง
ทั่วทั้งเรือนถูกทาสีตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม งานปักมีความประณีต งามราวกับหยกขาวที่รวมกันอยู่ในที่เดียว เทียนขนาดใหญ่ส่องแสงไปทั่วลานกว้างเหมือนเวลากลางวัน
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นมอง นางยังไม่เห็นคุณชายเลยสักคน นอกจากสาวใช้แล้วก็มีเพียงสาวงามห่มชุดผ้าโปร่งบาง ไม่อวดท่าเต้นรำที่สง่างามก็ใช้นิ้วเรียวบรรเลงเครื่องดนตรีพลางขับขานบทเพลง
การมาถึงของนางทำให้พวกนางมองมาด้วยสายตาเรียบเฉย และยังคงทำหน้าที่ของตนเองต่อไป การสวมหมวกคลุมใบหน้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร พวกนางล้วนแต่งตัวหลากหลายไม่ซ้ำใคร ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อเอาใจคนผู้นั้นหรือ
ซู่เจี๋ยถอยออกมายืนอยู่ด้านข้างรวมอยู่กับเหล่าสาวใช้ หญิงรับใช้ที่พาพวกนางมาที่นี่ชี้ไปกู่ฉินแล้วพูดกับหมิงเวย “เจ้าไปฝึกซ้อมก่อนเถอะ จะได้ไม่ไปพลาดต่อหน้าคุณชายทีหลัง”
เห็นแบบนั้นซู่เจี๋ยถึงกับเหงื่อแตก คุณหนูไม่เคยเรียนกู่ฉินมาก่อน และถ้าหากความจริงถูกเปิดเผยเข้าตอนนี้คงยากที่จะอธิบายให้นายท่านสองฟัง
หมิงเวยเข้าไปนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ภายใต้สายตาวิตกกังวลของซู่เจี๋ย นางเอื้อมมือออกไปกดเพื่อลองเสียง จากนั้นก็ค่อยๆ เล่นเป็นเพลง
เอ๋ คุณหนูเล่นเป็นงั้นหรือ แน่นอนว่าหมิงเวยเล่นเป็น ท่านอาจารย์ของนางดีดกู่ฉินเก่งที่สุด นางไม่ถึงกับเชี่ยวชาญ แต่หากเทียบกับท่านอาจารย์แล้วนางถือว่ามีฝีมือทั่วไป
ไม่นานหลังจากนั้นผู้ดูแลก็เข้ามาแล้วเรียกพวกนางให้มารวมตัวกันจากนั้นเขาก็อธ