ทษทุกคนที่อยู่ในเรือนนั้น”
หมิงเวยพยักหน้าเรื่องพวกนี้นางรู้หมดแล้ว นายท่านสองจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย ทุกคนในจวนตระกูลหมิงคิดว่านายท่านหกไปมั่วหญิงข้างนอกมาจนเกิดเรื่อง
แล้วพวกนางก็เดินมาถึงบริเวณต้นหลิวต้นนี้โดยไม่รู้ตัว
“ตัวฝู เจ้าลองเปิดตาทิพย์ดูสิ” หมิงเวยพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“อา คุณ คุณหนู…” ตัวฝูรู้สึกขี้ขลาดเล็กน้อย
“ทำไม ไม่กล้าหรือ” ตัวฝูกัดฟัน “คุณหนูให้บ่าวมอง บ่าวก็จะมองเจ้าค่ะ!”
หมิงเวยยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน ตัวฝูรู้สึกงงงวย “คุณหนู” ไม่ได้ให้นางมองหรือ
หมิงเวยจ้องไปที่นาง อันที่จริงตัวฝูเป็นเด็กสาวบอบบางน่ารัก แค่ครึ่งหน้าของนางเต็มไปด้วยจุดดำเลยไม่มีใครสนใจรูปร่างหน้าตาของนาง อีกอย่างนางมักจะเดินก้มหน้าเพราะกลัวคนอื่นจะเห็นใบหน้าของตนแล้วจะยิ่งกลัวกว่าเดิม
มนุษย์บนโลกมองคนที่รูปลักษณ์ภายนอก เลยไม่รู้ว่านางเป็นหญิงสาวที่ดีมากแค่ไหน มีฝีมือ ขยัน มีน้ำใจ เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นคนขี้ขลาด แต่เพื่อปกป้องผู้อื่นแล้ว นางสามารถวิ่งไปข้างหน้าได้อย่างกล้าหาญ
“ตัวฝู เจ้าอยากเป็นเสวียนชื่อหรือไม่”
ตัวฝูตกใจอยู่นานก่อนจะพูดตะกุกตะกัก “บ่าว บ่าวเป็นเสวียนชื่อได้ที่ไหนกันเจ้าคะ ได้ยินมาว่าเหล่าเสวียนชื่อเป็นกลุ่มคนที่สุดยอดมาก…”
“ทำไมจะเป็นไม่ได้ล่ะ” หมิงเวยถามเสียงนุ่ม “หากเจ้ารู้วิชาคาถาก็จะสามารถปกป้องผู้อื่นได้ แล้วยังขับไล่ปีศาจออกไปได้ด้วยไม่ใช่หรือ”
“แน่นอนเจ้าค่ะ!” ตัวฝู