ตอบอย่างไม่ลังเล
หมิงเวยหัวเราะ “ก็แค่นี้เองไม่ใช่หรือ หากเดินตามความเชื่อนี้ไปตลอดชีวิต ก็มีคุณสมบัติที่จะเป็นเสวียนชื่อได้แล้ว”
“จริงหรือเจ้าคะ” ดวงตาของตัวฝูเป็นประกาย แต่ไม่นานนางก็ก้มหน้าลง “แต่บ่าวโง่มาก…”
“เจ้าโง่ตรงไหนกัน เจ้าไม่ได้เปิดตาทิพย์มาแล้วหรือ เจ้าเองก็รู้ว่าศิษย์ของเสวียนเหมินที่แท้จริงล้วนใช้เวลาฝึกฝนเป็นปีๆ ถึงจะเปิดตาทิพย์ได้”
ตัวฝูมึนอยู่พักหนึ่งที่แท้เป็นเช่นนี้เองหรอกหรือ ถ้าอย่างนั้นนางก็เป็นเสวียนชื่อได้เหมือนกันสินะหัวใจของนางเต้นแรง
“มานี่” หมิงเวยชี้ไปที่ต้นหลิวต้นนั้น “เปิดตาทิพย์มองดูว่าสิ่งชั่วร้ายนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร”
“เจ้าค่ะ” ตัวฝูระงับความตื่นเต้นในใจ นางถอดด้ายแดงที่ข้อมือออกแล้วพยายามเพ่งสมาธิไปที่หว่างคิ้ว แล้วนางก็เข้าสู่โลกอันแปลกประหลาดไปในไม่ช้า ทุกสิ่งรอบตัวนางเปลี่ยนเป็นสีขาวดำ
นางรวบรวมความกล้าที่จะมองดูสิ่งชั่วร้ายที่อยู่บนต้นหลิว มันเป็นเงาสีขาวเทา บนร่างนั้นมีสีเลือดอยู่หนึ่งชั้น
คุณหนูบอกว่านั่นคือโลหิตชั่วร้าย เลือดยิ่งข้นเท่าไหร่สิ่งนั้นก็ยิ่งดุร้ายมากขึ้นเท่านั้น แปลก ทำไมวันนี้ไม่เห็นสีอื่นแล้วล่ะ แล้วญาณชีวิตล่ะ
ตัวฝูเหลือบมองไปรอบๆ แล้วนางก็ร้องออกมา “คุณหนูเจ้าคะ!”
“ว่าอย่างไร” ตัวฝูชี้ไปที่ต้นไม้ “บ่าวเห็นว่าบนตัวของสิ่งนั้นมีเส้นๆ หนึ่งเชื่อมต่อกับดินเจ้าค่ะ”
“อ้อ” หมิงเวยเปิดตาทิพย์ของตนเองเช่นกัน แน่นอนว่านางเองก็เห็นเส้