!”
นายท่านสองขมวดคิ้ว “ท่านจะทำอะไร เรื่องน้องหก ข้าจะจัดการให้เอง เหตุใดถึงไปต่อไม่ได้”
ฮูหยินสามพูดอย่างเศร้าๆ “หากน้องหกเกิดอาฆาตมาดร้ายต่อเสี่ยวชีเล่าจะทำอย่างไร เขาเป็นผู้ชายในเรือนนี้ พวกเราแม่ลูกจะเอาอะไรมาป้องกันตัวเองได้”
นายท่านสองขมวดคิ้วแต่ไม่พูดอะไร “สิบปีมานี้ จิตใจของข้าช่างอ่อนแอ กว่าเสี่ยวชีจะหายดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ข้าก็มีความหวังอยู่เล็กน้อย หากเกิดเรื่องขึ้นมาอีกจนเกิดการสูญเสียอีกครั้ง ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างไร”
นายท่านสองมองหมิงเวยด้วยความมึนงงแล้วพูดว่า “นางก็แค่กลัว อีกเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”
“แล้วถ้าหากไม่ดีขึ้นมาล่ะ” ฮูหยินสามถาม
“ไม่มีทางไม่ดีขึ้นหรอก”
“พี่สองไม่สามารถรับประกันได้ใช่หรือไม่” ฮูหยินสามเช็ดน้ำตา
นายท่านสองถอนหายใจ “เอาล่ะ ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ เรื่องน้องหก ข้ารับปากท่านว่าจะจัดการให้เรียบร้อยจะไม่ทำให้เสี่ยวชีมีปัญหา ต่อไปจะไม่ให้เขามาคุกคามพวกท่าน ท่านทำในสิ่งที่ท่านต้องทำ ข้าเองก็จะทำตามที่ข้าสัญญาเอาไว้ รอให้พ้นช่วงนี้ไปก่อน ท่านค่อยพาเสี่ยวชีไปเมืองหลวงเพื่อออกเรือนเถอะ!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นด้วยกับการจากไปของพวกนาง ฮูหยินสามรู้สึกดีใจ “จริงหรือ”
“จริง” นายท่านสองมองหมิงเวยอย่างระมัดระวังแต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติจึงพูดว่า “พวกท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ เราจะไม่พูดเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้อีก วันรุ่งขึ้นข้าจะเชิญหมอมาดูอาการเสี่ยวชีใ